
คลังยอมรับชะตาเศรษฐกิจไทยแขวนบนเส้นด้าย
คลังก้มหน้ายอมรับชะตา กรรม เศรษฐกิจไทยแขวนอยู่บนเส้นด้าย ดัชนีหลักหัวทิ่ม ท่องเที่ยวลดฮวบ 20%
คลังก้มหน้ายอมรับชะตา กรรม เศรษฐกิจไทยแขวนอยู่บนเส้นด้าย ดัชนีหลักหัวทิ่ม ท่องเที่ยวลดฮวบ 20%
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของไทยในขณะนี้เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย คือ ประเทศไทยผูกตัวเรากับเศรษฐกิจโลก หากเศรษฐกิจโลกดีขึ้นแล้วเราดีตามด้วยก็โชคดีไป แต่หากเศรษฐกิจโลกดีขึ้น แต่เราไม่สามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ ก็คงได้รับผลกระทบ เพราะการใช้จ่ายในประเทศไม่เหลืออะไรเลย การบริโภคชะลอ การลงทุนก็ไม่มีใครกล้า เหลือแต่การลงทุนภาครัฐ ซึ่งปัญหาทางการเมืองก็มาส่งผลกระทบจนเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามเป้า
ทั้งนี้ ในเดือน ธ.ค. ทาง สศค.จะปรับตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้ใหม่ ซึ่งปัจจุบันรอดูปัจจัยสำคัญใน 3 เรื่อง คือ 1.สถานการณ์การเมืองยืดเยื้อหรือไม่ ถ้ายืดเยื้อคงกระทบต่อการบริโภคและการลงทุนในประเทศทำให้ลดลงมากยิ่งขึ้น 2.การส่งออก ซึ่งกำลังรอดูตัวเลขเดือน ต.ค.อยู่ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะเศรษฐกิจโลกเองมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น
ปัจจัยที่ 3 คือ การท่องเที่ยว ซึ่งช่วงที่ผ่านมาการท่องเที่ยวไทยถือว่าเติบโตดีมาก เฉลี่ยต่อเดือนโตไม่น้อยกว่า 20% เพียงแต่เดือนล่าสุดมีสัญญาณการชะลอตัวอยู่บ้าง เพราะตัวเลขการเติบโตเริ่มลดต่ำกว่า 20% เป็นครั้งแรก แต่ช่วงไตรมาส 4 ถือเป็นฤดูการท่องเที่ยว ดังนั้นหากการเมืองยืดเยื้อรุนแรงก็อาจกระทบกับการท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือได้
ด้าน น.ส.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า จากสถิติของปัญหาการเมืองไทยที่เกิดขึ้นตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาคเอกชนดิ่งลง เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่พุ่งขึ้น แต่ไม่กระทบการลงทุนเพื่อผลิตส่งออก ซึ่งสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ เป็นที่กังวลว่าหากยืดเยื้อจะมีผลให้การบริโภคและลงทุนชะลอตัวลง และต้องเผชิญความเสี่ยงจากการชะลอมาตรการคิวอี และการส่งออกไม่ได้ ทำให้มองว่าเศรษฐกิจปีหน้าไม่สดใส คาดว่าจะขยายตัวเพียง 44.5%
สำหรับการพิจารณานโยบายดอกเบี้ยนั้น เชื่อว่าจะยังคงไว้ที่ 2.5%







