
แมนูไลฟ์ชี้หุ้นเอเชียโดดเด่นปีหน้า
“แมนูไลฟ์” มั่นใจปีหน้าเอเชียพลิกฟื้น ให้น้ำหนักจีน เกาหลี ไต้หวัน มากกว่าอินเดีย อาเซียน
“แมนูไลฟ์” มั่นใจปีหน้าเอเชียพลิกฟื้น ให้น้ำหนักจีน เกาหลี ไต้หวัน มากกว่าอินเดีย อาเซียน
นายโรนัลด์ ชาน หัวหน้าส่วนการลงทุนตราสารทุนภูมิภาคเอเชีย Manulife Asset Management ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปี 2557 ตลาดหุ้นเอเชียจะกลับมามีผลตอบแทนโดดเด่นกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว
“ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว ในขณะที่ตลาดเอเชียผลดำเนินงานด้อยกว่า แต่ปีหน้าเงินจะกลับมาเข้ามาในตลาดเอเชียอีกครั้ง เงินที่เคยลงทุนในประเทศพัฒนาแล้วจะมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในเอเชียอีกครั้ง เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของประเทศในภูมิภาคเอเชียดี ประกอบกับราคาหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วปรับเพิ่มขึ้นไปมากแล้ว” นายโรนัลด์ กล่าว
หัวหน้าส่วนการลงทุนตราสารทุนภูมิภาคเอเชียรายนี้ กล่าวว่า ที่ผ่านมาภูมิภาคเอเชียมีปัญหาด้านต้นทุนสูง แต่คาดว่า ในปี 2557 ปัญหาเหล่านี้จะลดลง โดยเป็นผลจากการหยุดขึ้นดอกเบี้ย และราคาวัตถุดิบมีเสถียรภาพมากขึ้น ทำให้มีโอกาสเติบโตดีกว่าประเทศพัฒนาแล้ว
“หลังจากวิกฤตการเงิน บริษัทในสหรัฐฯ มีกำไรดีจากการลดต้นทุน แต่ในปีหน้าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว ไม่สามารถปรับลดต้นทุนลงได้อีกแล้ว” นายโรนัลด์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายโรนัลด์ กล่าวว่า แม้ว่า ในปี 2557 ตลาดหุ้นเอเชียจะกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง แต่นักลงทุนจำเป็นต้องเลือกหุ้นที่ดี เพื่อทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของแต่ละประเทศ
“เราชอบเอเชีย แต่ต้องเลือกกลุ่มอุตสาหกรรม เลือกหุ้น เพราะดัชนีอาจจะไม่ดี แต่ตัวบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี ดังนั้นในปี 2557 จะเห็นว่า กองทุนที่มีสไตล์การลงทุนแตกต่างกันจะมีผลตอบแทนที่แตกต่างกันมากขึ้น และการลงทุนตามดัชนี หรือ เกาะดัชนีจะไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดี” นายโรนัลด์ กล่าว
นายโรนัลด์ กล่าวอีกว่า Manulife Global Fund-Asian Small Cap Equity Fund ซึ่งเป็นกองทุนหลักของกองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ เอเชียน สมอลแคป อิควิตี้ เอฟไอเอฟ ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ให้น้ำหนักลงทุนหุ้นในประเทศเอเชียเหนือ ได้แก่ จีน เกาหลี และไต้หวัน มากกว่าเอเชียใต้ ได้แก่ อินเดีย และกลุ่มประเทศอาเซียน เนื่องจากกลุ่มประเทศเอเชียเหนือจะได้ผลดีจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ประชาชนมีการบริโภคมากขึ้น เพราะประเทศเหล่านี้เป็นผู้ผลิตสินค้าส่งออก ทำให้ภาคการส่งออกปรับตัวดีขึ้น
ในขณะที่ประเทศในอาเซียน ซึ่งที่ผ่านมามีเงินทุนไหลเข้ามาจำนวนมาก จะได้รับผลกระทบทันทีหากเงินทุนต่างชาติไหลออกไป ประกอบกับการปรับดอกเบี้ยขึ้นจะทำให้การบริโภคลดลง และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลงด้วย ดังนั้นจึงลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
“หุ้นจีนเพิ่มขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ราคาต่อกำไร (พี/อี) ยังอยู่ที่ 8 เท่า ขณะที่ในอดีตเฉลี่ยอยู่ที่ 15 เท่า และใน 2-3 ปีข้างหน้ามีโอกาสที่จะขึ้นไปอยู่ที่ 12 เท่า และเมื่อจีนดีเอเชียก็จะดีตามไปด้วย” นายโรนัลด์ กล่าว
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าลงทุน นายโรนัลด์ กล่าวว่า ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ







