posttoday
แมนูไลฟ์ชี้หุ้นเอเชียโดดเด่นปีหน้า

แมนูไลฟ์ชี้หุ้นเอเชียโดดเด่นปีหน้า

26 พฤศจิกายน 2556

“แมนูไลฟ์” มั่นใจปีหน้าเอเชียพลิกฟื้น ให้น้ำหนักจีน เกาหลี ไต้หวัน มากกว่าอินเดีย อาเซียน

“แมนูไลฟ์” มั่นใจปีหน้าเอเชียพลิกฟื้น ให้น้ำหนักจีน เกาหลี ไต้หวัน มากกว่าอินเดีย อาเซียน

นายโรนัลด์ ชาน หัวหน้าส่วนการลงทุนตราสารทุนภูมิภาคเอเชีย Manulife Asset Management ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปี 2557 ตลาดหุ้นเอเชียจะกลับมามีผลตอบแทนโดดเด่นกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว

“ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว ในขณะที่ตลาดเอเชียผลดำเนินงานด้อยกว่า แต่ปีหน้าเงินจะกลับมาเข้ามาในตลาดเอเชียอีกครั้ง เงินที่เคยลงทุนในประเทศพัฒนาแล้วจะมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในเอเชียอีกครั้ง เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของประเทศในภูมิภาคเอเชียดี ประกอบกับราคาหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วปรับเพิ่มขึ้นไปมากแล้ว” นายโรนัลด์ กล่าว

หัวหน้าส่วนการลงทุนตราสารทุนภูมิภาคเอเชียรายนี้ กล่าวว่า ที่ผ่านมาภูมิภาคเอเชียมีปัญหาด้านต้นทุนสูง แต่คาดว่า ในปี 2557 ปัญหาเหล่านี้จะลดลง โดยเป็นผลจากการหยุดขึ้นดอกเบี้ย และราคาวัตถุดิบมีเสถียรภาพมากขึ้น ทำให้มีโอกาสเติบโตดีกว่าประเทศพัฒนาแล้ว

“หลังจากวิกฤตการเงิน บริษัทในสหรัฐฯ มีกำไรดีจากการลดต้นทุน แต่ในปีหน้าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว ไม่สามารถปรับลดต้นทุนลงได้อีกแล้ว” นายโรนัลด์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายโรนัลด์ กล่าวว่า แม้ว่า ในปี 2557 ตลาดหุ้นเอเชียจะกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง แต่นักลงทุนจำเป็นต้องเลือกหุ้นที่ดี เพื่อทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของแต่ละประเทศ

“เราชอบเอเชีย แต่ต้องเลือกกลุ่มอุตสาหกรรม เลือกหุ้น เพราะดัชนีอาจจะไม่ดี แต่ตัวบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี ดังนั้นในปี 2557 จะเห็นว่า กองทุนที่มีสไตล์การลงทุนแตกต่างกันจะมีผลตอบแทนที่แตกต่างกันมากขึ้น และการลงทุนตามดัชนี หรือ เกาะดัชนีจะไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดี” นายโรนัลด์ กล่าว

นายโรนัลด์ กล่าวอีกว่า Manulife Global Fund-Asian Small Cap Equity Fund ซึ่งเป็นกองทุนหลักของกองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ เอเชียน สมอลแคป อิควิตี้ เอฟไอเอฟ ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ให้น้ำหนักลงทุนหุ้นในประเทศเอเชียเหนือ ได้แก่ จีน เกาหลี และไต้หวัน มากกว่าเอเชียใต้ ได้แก่ อินเดีย และกลุ่มประเทศอาเซียน เนื่องจากกลุ่มประเทศเอเชียเหนือจะได้ผลดีจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ประชาชนมีการบริโภคมากขึ้น เพราะประเทศเหล่านี้เป็นผู้ผลิตสินค้าส่งออก ทำให้ภาคการส่งออกปรับตัวดีขึ้น

ในขณะที่ประเทศในอาเซียน ซึ่งที่ผ่านมามีเงินทุนไหลเข้ามาจำนวนมาก จะได้รับผลกระทบทันทีหากเงินทุนต่างชาติไหลออกไป ประกอบกับการปรับดอกเบี้ยขึ้นจะทำให้การบริโภคลดลง และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลงด้วย ดังนั้นจึงลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

“หุ้นจีนเพิ่มขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ราคาต่อกำไร (พี/อี) ยังอยู่ที่ 8 เท่า ขณะที่ในอดีตเฉลี่ยอยู่ที่ 15 เท่า และใน 2-3 ปีข้างหน้ามีโอกาสที่จะขึ้นไปอยู่ที่ 12 เท่า และเมื่อจีนดีเอเชียก็จะดีตามไปด้วย” นายโรนัลด์ กล่าว

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าลงทุน นายโรนัลด์ กล่าวว่า ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ