posttoday
อยู่อย่าง ‘ยอมรับ’

อยู่อย่าง ‘ยอมรับ’

26 พฤศจิกายน 2556

ภายใต้บริบทการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ยังคงมีคำถามเสมอว่าการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างคนหลากหลายชนชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมในสถานการณ์จริงจะเป็นอย่างไร คงมีเพียงน้อยคนนักที่จะสามารถจินตนาการภาพฝันการอยู่ร่วมกันภายใต้ “หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งอัตลักษณ์ หนึ่งประชาคม” ได้อย่างชัดเจน

ภายใต้บริบทการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ยังคงมีคำถามเสมอว่าการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างคนหลากหลายชนชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมในสถานการณ์จริงจะเป็นอย่างไร คงมีเพียงน้อยคนนักที่จะสามารถจินตนาการภาพฝันการอยู่ร่วมกันภายใต้ “หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งอัตลักษณ์ หนึ่งประชาคม” ได้อย่างชัดเจน

แต่สำหรับ ชีน่า เม พี ออนลอส หนึ่งในตัวแทนเยาวชนจากฟิลิปปินส์ที่เข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์นั้น เรื่องการรวมตัวระหว่างคน 10 ชาติ ไม่ใช่เรื่องชวนปวดหัวของเธอ จากประสบการณ์ที่ได้อยู่ร่วมกับชาวอาเซียนและญี่ปุ่นรวม 330 คน บนเรือกว่า 20 วัน ก่อนจะมาจอดเทียบท่าที่ไทย ประกอบกับกิจกรรมหลากหลายที่เธอเคยทำมา ทำให้เธอมีมุมมองแจ่มชัดเกี่ยวกับเพื่อนร่วมอาเซียน

ก่อนจะเข้าร่วมโครงการเรือเยาวชน เธอเคยเป็นแชมป์การพูดระดับชาติของฟิลิปปินส์ 2 สมัย และเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนทุนรัฐบาลฟิลิปปินส์และรัฐบาลไทย เดินทางมาเรียนในประเทศไทย

ชีน่ามองว่า ขณะนี้แต่ละประเทศกำลังพยายามเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในฟิลิปปินส์เองทั้งภาครัฐและภาคเอกชนก็ถือว่าทำได้ดียิ่ง อย่างไรก็ตามในแง่ของภาคประชาชนนั้น เธอไม่คิดว่าใครต่อใครจำเป็นต้องปรับตัวมากนัก

“ยิ่งถ้าพูดถึงแง่ของนิสัย แง่ของวัฒนธรรม เราอาจจะไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรเลย วัฒนธรรมของประเทศไหน ก็คือวัฒนธรรมของประเทศนั้น เราคงไม่สามารถเปลี่ยน และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเลยไม่ว่าเราจะเข้าไปประเทศเขา หรือเขามาประเทศเรา สิ่งที่เราต้องทำ คือ แค่ยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น และสิ่งที่เป็นวัฒนธรรมของเขาให้ได้ เวลาต้องติดต่อกันก็ค่อยประนีประนอมหาจุดที่ลงตัวกันพอดี”

อย่างเดียวที่ต้องปรับบ้าง คงมีเพียงจุดเล็กๆ นั่นคือทักษะภาษาอังกฤษของคนในบางประเทศ เพื่อให้พร้อมสื่อสารกับคนต่างชาติ

เมื่อถามถึงการติดต่อสื่อสารกับคนไทย ชีน่าเล่าว่า ตัวเธอเองไม่ได้ประสบปัญหามากนักในการพูดคุยกับคนไทย แม้บางคนอาจไม่ได้ถึงขั้นเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ แต่เมื่อคุยกัน เธอก็สามารถเดาได้จากบริบทของประโยค การแสดงออกทางสีหน้าท่าทางของผู้ที่สนทนาด้วย ตลอดจนการใช้อวัยวะแทนภาษาอื่นๆ ที่สำคัญคนไทยส่วนใหญ่เป็นมิตร ทำให้การพูดคุยกันไม่ใช่เรื่องยาก

เธอมั่นใจว่า การรวมตัวเป็นหนึ่งของคนในอาเซียนทำได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน เพราะเธอได้สัมผัสบรรยากาศความเป็นหนึ่งนั้นมาแล้ว

“การเข้าร่วมโครงการนี้ทำให้รู้สึกว่าพวกเราทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน แม้เราอาจถูกแบ่งแยกด้วยชื่อประเทศ แบ่งแยกด้วยที่ตั้งของประเทศ แต่พวกเรามีหัวใจดวงเดียวกัน พวกเราคือหนึ่งเดียวกัน เชื่อว่าหลังจบโครงการนี้ไป กลุ่มเยาวชนกลุ่มนี้แหละคือส่วนหนึ่งของความพยายามเล็กๆ ที่จะรวมประชาคมนี้ให้เป็นหนึ่งเดียว อาจจะบอกได้ว่าความพยายามเล็กๆ บวกกับความพยายามเล็กๆ ก็กลายเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้”

สุดท้ายเมื่อถามเธอว่ามีความสนใจจะไปทำงานที่ประเทศอื่นในอาเซียนด้วยหรือไม่ เธอตอบว่า คงไม่เชิงทำงาน แต่คงจะทำในรูปแบบอาสาสมัคร หรือเป็นเอ็นจีโอ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า เพราะเดิมทีเธอก็เคยทำงานช่วยเหลือกลุ่มชาติพันธุ์ในฟิลิปปินส์อยู่แล้ว จึงคิดว่าอยากไปช่วยกลุ่มชาติพันธุ์ที่ประเทศอื่นบ้าง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ