
‘ไอพีโอ’คึกคักลุยไฟการเมืองสำเร็จ
“นามยง” เทรดวันแรกแจกกำไร 12% สวนดัชนีหุ้นดิ่ง GCAP ขาย 2.70 บาท และ BJCHI ยอดจองล้น
“นามยง” เทรดวันแรกแจกกำไร 12% สวนดัชนีหุ้นดิ่ง GCAP ขาย 2.70 บาท และ BJCHI ยอดจองล้น
หุ้นบริษัท นามยง เทอร์มินัล (NYT) เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นวันแรกวันที่ 25 พ.ย. 2556 ปรากฏว่าราคาสูงกว่าราคาจองที่ 1.50 บาท แจกกำไรคนจองซื้อ 12.61% มาปิดที่ 13.40 บาท สวนทางตลาดหุ้นโดยรวมดัชนีที่ลดลง 6.21 จุด ปิดที่ 1352.86 จุด เพราะกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศ
นายเทพรักษ์ เหลืองสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NYT เปิดเผยว่า NYT มีศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้บริการท่าเทียบเรือเพื่อการส่งออกและนำเข้ารถยนต์รายใหญ่ของไทยที่มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 80% ของปริมาณส่งออกรถยนต์ในแต่ละปี ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจในศักยภาพการดำเนินธุรกิจ
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้ 3 ปี (2557-2559) เติบโตปีละ 1520% ซึ่งเป็นการเติบโตตามการส่งออกรถยนต์ ซึ่งคาดว่าในปี 2558 การผลิตรถยนต์เพิ่มเป็น 3 ล้านคันต่อปี
ด้านนายชูพงศ์ ธนเศรษฐกร กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้รับประกันการจัดจำหน่ายของบริษัท จี แคปปิตอล (GCAP) กล่าวว่า การกำหนดราคาเสนอขายประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่หุ้นละ 2.70 บาท พาร์หุ้นละ 0.50 บาท จำนวน 50 ล้านหุ้น ทั้งนี้ราคาคิดเป็นส่วนลด (ดิสเคาต์) ถึง 49% เทียบจากอัตราราคาปิดต่อกำไร (พี/อี) ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) อยู่ที่ 27 เท่า ของช่วง 3 ไตรมาสย้อนหลัง
“GCAP ให้ส่วนลดมากกว่าในอัตราปกติที่ให้อยู่ที่ระหว่าง 3040% เนื่องจากผู้บริหารของ GCAP เห็นว่าในภาวะตลาดหุ้นปัจจุบันควรตั้งราคาขายจูงใจผู้ลงทุน โดยมั่นใจว่าหุ้น GCAP จะได้รับความสนใจจากผู้ลงทุน” นายชูพงศ์ กล่าว
บริษัทมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี และยังเป็นบริษัทแรกในตลาดหลักทรัพย์ที่ปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มเกษตรกรเพื่อไปซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตที่ต่อเนื่อง และยังมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
น.ส.พัชพร สรรคบุรานุรักษ์ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) แกนนำในการจัดจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน บริษัท บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี (BJCHI) กล่าวว่า การขายหุ้นไอพีโอจำนวน 80 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 30 บาท ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาดจากนักลงทุน โดยยอดจองล้นเกินจำนวนที่จัดสรรไว้ตั้งแต่วันแรกขายวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นเพราะพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่ง โดย 9 เดือนปีนี้มีรายได้รวม 3,018 ล้านบาท โตกว่า 25% และกำไรสุทธิ 952 ล้านบาท เพิ่มมากกว่า 71% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน
นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี (CCP) กล่าวถึงการนำบริษัทลูก บริษัท สมาร์ทคอนกรีต (SMART) เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นว่า เลื่อนจากกำหนดเดิมในปี 2556 คงต้องรอการพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จ ซึ่งศาลนัดสืบพยานในวันที่ 30 ม.ค. 2557 หากคดีของ SMART แล้วเสร็จ คาดว่าไฟลิ่งจะเริ่มนับหนึ่ง และคาดว่าจะเสนอขายหุ้นได้ภายในไตรมาส 12 ของปี 2557







