posttoday
เปิดสมองกูรูส่องยุคเสรีอาเซียน

เปิดสมองกูรูส่องยุคเสรีอาเซียน

20 พฤศจิกายน 2556

หนึ่งในข้อสงสัยต่อการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

โดย...ปรียานิจ กุลตั้งเจริญ

หนึ่งในข้อสงสัยต่อการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) คือ การรวมตัวเป็นตลาดเดียวขนาดใหญ่ครั้งนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ และหากสำเร็จจะต้องใช้วิธีใด

จากจุดดังกล่าว ซีเอ็นบีซีได้เชิญผู้เชี่ยวชาญในวงการธุรกิจมาร่วมเสวนาแสดงความคิดเห็นต่อเออีซี ซึ่งถือเป็นแนวโน้มเศรษฐกิจสำคัญในเวลานี้

ภายในงานได้สำรวจความคิดเห็นผู้เข้าร่วมงานเกี่ยวกับเออีซี พบว่า 88% ของผู้เข้าร่วมงานจะเข้าไปลงทุนในอาเซียน โดย 51% มองว่าอาเซียนเป็นตลาดขนาดใหญ่ 21% คิดว่าเป็นตลาดที่มีความเชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่นๆ และ 12% มองว่าเป็นตลาดที่มีความก้าวหน้าในการเปิดเสรีการค้า ขณะที่ความท้าทายและอุปสรรคของการรวมตัวเป็นเออีซี พบว่า 43% เห็นว่าอาเซียนยังขาดความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ 36%ชี้ถึงความขัดแย้งทางการเมือง 19% เห็นถึงผลกระทบจากการที่เศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออก

ดาโต๊ะ ศรีอับดุล วาฮิด บิน โอมาร์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ในปี 2558 จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะที่ผ่านมาอาเซียนมีการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามพันธกรณี โดยทุกประเทศประเมินผลความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันมองว่าอาเซียนเป็นตลาดใหญ่ที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้พร้อมจะแข่งขันกับจีนและอินเดีย ส่วนประเทศใดจะได้ประโยชน์จากอาเซียนมากที่สุด คงต้องตอบว่า อาเซียนต้องการจะพัฒนาทั้ง 10 ประเทศไปด้วยกัน

ชีริช เอพเต ประธานบริษัท ซิตี้ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ธุรกิจบริการการเงินต้องการให้เปิดเสรีด้านการเงินมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าไปเปิดสาขาของธนาคารในประเทศต่างๆ รวมทั้งการขจัดกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจภาคบริการ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกประเทศพยายามแก้ไข แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

สำหรับมุมของธุรกิจการเงินมองว่าอาเซียนเป็นตลาดที่มีความสำคัญมาก ไม่ใช่เฉพาะประเทศสิงคโปร์แต่ยังรวมถึงมาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่จะกลายมาเป็นตลาดที่สำคัญ ส่วนประเทศที่มีขนาดเล็กกว่ายังต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ประเทศสิงคโปร์เป็นตลาดการเงินที่เปิดเสรีอย่างเต็มที่ ทำให้องค์กรธุรกิจต่างเข้าไปตั้งสำนักงานภูมิภาคในสิงคโปร์ เพื่อทำธุรกิจบริการทั่วโลก ไม่ใช่จำกัดวงแค่อาเซียนเท่านั้น

สจ๊วต แอล ดีน ประธานบริษัท จีอี โกลบอล โกรท แอนด์ โอเปอเรชั่น อาซียน กล่าวว่า ในฐานะภาคเอกชนสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อช่วยเหลือนักธุรกิจที่ต้องการทำธุรกิจในอาเซียน คือ การอำนวยความสะดวกด้านการทำธุรกิจและการลงทุนให้ง่ายขึ้น สร้างตลาดเสรี การเปิดเสรีภาคบริการ และอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ คือการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือข้ามพรมแดนอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะทำให้การทำธุรกิจในภูมิภาคนี้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม อาเซียนมีช่องว่างในการพัฒนาที่ใหญ่มาก จึงยากที่จะใช้นโยบายสกุลเงินเดียวกัน ส่วนการเป็นฐานการผลิตและตลาดเดียวนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จไปแล้ว โดยปัจจุบันจีน อินเดีย ได้เข้ามาลงทุนอยู่ในอาเซียนค่อนข้างมากและในบางอุตสาหกรรม อาเซียนได้เป็นฐานการผลิตแทนประเทศจีนไปแล้ว

ขณะที่อินโดนีเซียจะเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน และจะมีบทบาทในการกำหนดนโยบายต่างๆ ซึ่งนอกจากอินโดนีเซียแล้วก็ยังมีมาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทยด้วย

ทั้งนี้ ตลาดอาเซียนมีความสำคัญต่อจีอีมาก เป็นตลาดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่ารวม 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเชื่อว่าเมื่อถึงปี 2558 สัดส่วนตลาดอาเซียนจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

พร้อมกันนี้ ยังได้ชี้ถึงหนึ่งในปัจจัยสำคัญของความสำเร็จในยุคอาเซียน คือ คุณลักษณะของผู้นำที่ดีว่าต้องมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับตัวได้ดีกับสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนแปลง มีความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตัวเองทำ และทำงานเป็นทีมได้ดี ร่วมงานกับคนหลากหลายเชื้อชาติได้ เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทข้ามชาติ

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว