posttoday
แฟรนไชส์ไทยไป AEC ด้วยทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ (ตอน 12)

แฟรนไชส์ไทยไป AEC ด้วยทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ (ตอน 12)

20 พฤศจิกายน 2556

“วินเซ็นท์ฯ” แฟรนไชส์สารพัดบริการที่พัฒนามาจากบริการไปรษณีย์ โดย คุณจิรภัทร สำเภาจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส ได้อธิบายให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของไอเดียธุรกิจมีที่มาจากการสังเกตบริการไปรษณีย์ “เมล์ บอกซ์” ธุรกิจสัญชาติอเมริกันที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ซึ่งในช่วงปี 2544 กิจการยังเติบโตไม่ค่อยดี มีเพียงการบริการไปรษณีย์อย่างเดียว ได้ศึกษาว่าทำไมธุรกิจเมล์ บอกซ์ สามารถดึงส่วนแบ่งรายได้ของบริการไปรษณีย์มาได้ ทั้งๆ ที่มีขนาดพื้นที่เพียง 2 ตารางเมตร สามารถสู้ค่าเช่าในห้างเดือนละแสนกว่าบาทได้ แสดงว่าธุรกิจนี้มีอุปสงค์ มีความต้องการ

“วินเซ็นท์ฯ” แฟรนไชส์สารพัดบริการที่พัฒนามาจากบริการไปรษณีย์ โดย คุณจิรภัทร สำเภาจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส ได้อธิบายให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของไอเดียธุรกิจมีที่มาจากการสังเกตบริการไปรษณีย์ “เมล์ บอกซ์” ธุรกิจสัญชาติอเมริกันที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ซึ่งในช่วงปี 2544 กิจการยังเติบโตไม่ค่อยดี มีเพียงการบริการไปรษณีย์อย่างเดียว ได้ศึกษาว่าทำไมธุรกิจเมล์ บอกซ์ สามารถดึงส่วนแบ่งรายได้ของบริการไปรษณีย์มาได้ ทั้งๆ ที่มีขนาดพื้นที่เพียง 2 ตารางเมตร สามารถสู้ค่าเช่าในห้างเดือนละแสนกว่าบาทได้ แสดงว่าธุรกิจนี้มีอุปสงค์ มีความต้องการ

จากการสังเกตจึงพบว่า โลเกชั่นของ เมล์ บอกซ์ จะอยู่ในทำเลมีชาวต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นย่านหรู ต่อมาเริ่มสังเกตเห็นแบรนด์ไทยที่ให้บริการในลักษณะเดียวกันคือ “โพสท์เน็ต” ก็อยู่ในทำเลที่ท็อปมาก โดยมีค่าแฟรนไชส์ประมาณ 8 แสนกว่าบาท

คุณจิรภัทรเริ่มวิเคราะห์ว่าธุรกิจให้บริการไปรษณีย์ต้องการทำเลที่มีความคับคั่งของลูกค้า (Traffic) สูง โลเกชั่นต้องท็อปจริงๆ ถ้าไม่ท็อปอยู่ไม่ได้ เพื่อมารองรับกับคนที่มาส่งไปรษณีย์ จึงเริ่มสนใจในธุรกิจนี้ แต่ยังอยากจะหาบริการเสริมอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งจะต้องส่งเสริมกันและเกื้อกูลกัน เพราะไม่ต้องการไปแข่งด้านต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ที่แพงขนาดนั้น

พอมาถึงวันหนึ่งได้ไปสังเกตเห็นตึกแถวที่เปิดเป็นหน้าร้านประมาณ 78 ร้าน ซึ่งต่างก็ทำธุรกิจที่แตกต่างกันทั้งหมด โดยห้องแรกเป็นร้านไปรษณีย์เอกชน ห้องต่อมาเป็นมินิมาร์ตและมีรับชำระค่าสาธารณูปโภค ห้องที่สามเป็นร้านขายประกันวินาศภัย ห้องที่สี่เป็นที่ร้านถ่ายเอกสาร มีเข้าเล่มอย่างเดียว อีกห้องรับล้างอัดฟิล์มและถ่ายรูปด่วน ห้องต่อไปขายตั๋วเครื่องบินอย่างเดียว โดยแต่ละหน้าร้านมีพนักงาน 35 คน ทั้งที่ไม่ค่อยมีลูกค้า แต่ยังอยู่กันได้ ก็เริ่มได้ไอเดียว่าหากรวบเอาธุรกิจ 78 กลุ่มเหล่านี้มาจัดการใหม่ โดยให้มารวมอยู่ในร้านเดียวกัน ลดพนักงานลง แล้วใส่ระบบบริหารจัดการเข้าไปน่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่าเดิม แถมลูกค้าสะดวกขึ้น (One Stop Shop) มาที่นี่มีครบทุกอย่างเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตด้านบริการ (Services Supermarket)

ช่วงแรกธุรกิจหลักที่ทำธุรกิจด้านสัตว์น้ำก็ยังดีอยู่ ทำให้สามารถแบ่งเงินจากธุรกิจหลักมาเปิดธุรกิจสารพัดบริการ 1 สาขา เริ่มต้นด้วยเงิน 4 แสนบาท เปิดสาขาแรกที่หมู่บ้านนักกีฬา เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีความหนาแน่น ขนาด 1,200 หลังคาเรือน มีทั้งลูกค้าที่เป็นครัวเรือน (Businessto Customer : B2C) และมีย่านธุรกิจ (Business to Business : B2B)

ในช่วงนี้การดำเนินธุรกิจประสบปัญหามาก เพราะยังไม่มีองค์ความรู้ (Knowledge) และวิธีการบริหารจัดการ (Know how) ที่ดีพอ โดยหน้าร้านจะติดโฆษณาประชาสัมพันธ์ทุกอย่างที่ธุรกิจให้บริการ ดูหนาแน่นไปหมด เหมือนเป็นร้านบอกข่าว

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน