
สิงคโปร์กับธุรกิจในเออีซี
บริษัท จีเอ็ม ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก มีสำนักงานใหญ่สำหรับหน่วยปฏิบัติการระหว่างประเทศที่นครเซี่ยงไฮ้ ได้แยกสำนักงานใหญ่แห่งนี้ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนกำกับดูแลกิจการในประเทศจีน และส่วนกำกับดูแลกิจการในประเทศอื่นๆ โดยส่วนกำกับดูแลกิจการในประเทศอื่นๆ จะย้ายไปยังสิงคโปร์ในปี 2557 มองข้ามไทยทั้งๆ ที่เป็นฐานการผลิตรถยนต์ใหญ่ที่สุดของจีเอ็มในเออีซี
บริษัท จีเอ็ม ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก มีสำนักงานใหญ่สำหรับหน่วยปฏิบัติการระหว่างประเทศที่นครเซี่ยงไฮ้ ได้แยกสำนักงานใหญ่แห่งนี้ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนกำกับดูแลกิจการในประเทศจีน และส่วนกำกับดูแลกิจการในประเทศอื่นๆ โดยส่วนกำกับดูแลกิจการในประเทศอื่นๆ จะย้ายไปยังสิงคโปร์ในปี 2557 มองข้ามไทยทั้งๆ ที่เป็นฐานการผลิตรถยนต์ใหญ่ที่สุดของจีเอ็มในเออีซี
เดิมสำนักงานใหญ่สำหรับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคของบริษัทจีเอ็มตั้งอยู่สิงคโปร์ แต่ได้ย้ายไปยังนครเซี่ยงไฮ้เมื่อต้นปี 2548 ดังนั้น การย้ายครั้งนี้เสมือนเป็นการคืนสู่เหย้ามายังสิงคโปร์อีกครั้ง หลังจากปี 2548 ได้ย้ายไปนครเซี่ยงไฮ้
ปัจจุบันในทวีปเอเชียมีเพียง 4 มหานครที่แย่งชิงกันเพื่อเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจระหว่างประเทศ คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และดูไบ โดยมีกรุงกัวลาลัมเปอร์ตามมาแบบห่างๆ แม้ว่าประเทศอื่นๆ ได้สร้างวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาตนเองเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ แต่มักไม่ประสบผลสำเร็จ เป็นต้นว่ากรณีของไทยได้จัดทำมาตรการส่งเสริมให้ไทยเป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ซึ่งในช่วงแรกบรรษัทข้ามชาติสนใจมาก ตั้งความหวังไว้สูง เข้ารับฟังการแถลงข่าวจนล้นห้องประชุม แต่พอรับทราบมาตรการต่างๆที่แถลงออกมาแล้ว กลับเห็นว่ากฎระเบียบยุ่งยาก ไม่สอดคล้องกับความต้องการ และไม่จูงใจแต่อย่างใด ทำให้มาตั้งสำนักงานภูมิภาคในไทยน้อยมาก
สำหรับสิงคโปร์กลับตรงกันข้าม แม้เป็นประเทศเล็กนิดเดียว แต่ได้พัฒนาตนเองจนกลายเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของเออีซี สำนักงานภูมิภาคของบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่ตั้งในสิงคโปร์ประเทศเดียว มีจำนวนมากเป็นหลายเท่าของอีก 9 ประเทศของเออีซีรวมกัน ขณะเดียวกันการกระจุกตัวของสำนักงานภูมิภาคได้สร้างความมั่งคั่งให้แก่สิงคโปร์เป็นอย่างมาก ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลางของธุรกิจต่อเนื่องในด้านอื่นๆ มากมาย เช่น โลจิสติกส์ ธนาคาร ประกันภัย การศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ ฯลฯ ม ข้าราชการมีแนวคิดสมัยใหม่ กฎระเบียบที่โปร่งใสและเอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจ ระบบกฎหมายมีลักษณะคล้ายคลึงกับของประเทศตะวันตก ภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราต่ำเพียง 17% (ของไทย 20%) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอัตราต่ำ โดยสูงสุดเพียง 20% (ของไทย 37%) คุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัยของชาวต่างประเทศ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ประชาชนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี เสถียรภาพทางการเมืองอยู่ในระดับสูง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเยี่ยม ทั้งในด้านโทรคมนาคม การขนส่งทั้งทางเรือและทางอากาศ
ขณะที่การแข่งขันเพื่อเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของภูมิภาคกับ 4 มหานครข้างต้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ไม่ควรเร่งด่วนประกาศวิสัยทัศน์อย่างนั้นอย่างนี้ แล้วไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ตรงกันข้าม จะต้องศึกษาอย่างถ่องแท้ถึงจุดเด่นของคู่แข่งและจุดอ่อนของตัวเราเอง ในลักษณะ“รู้เขา รู้เรา” จากนั้นจะต้องดำเนินการอย่างจริงๆ จังๆ ในหลายด้าน ทั้งนี้สิ่งที่ยากที่สุดกลับไม่ใช่เป็นเรื่องฮาร์ดแวร์ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ แต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องซอฟต์แวร์ซึ่งแก้ไขได้ยากมากในระยะสั้น โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนขั้นตอนและกฎระเบียบของทางราชการให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ และทันสมัยตามประเทศอื่นได้ทัน มิฉะนั้นแล้วจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้







