posttoday
เครื่องหนังวอนรัฐลดต้นทุน

เครื่องหนังวอนรัฐลดต้นทุน

15 พฤศจิกายน 2556

เจอปัญหารุมทั้งค่าแรงวัตถุดิบพุ่งหวังปีนี้ยอดส่งออกโต4%กว่า5หมื่นล.

เจอปัญหารุมทั้งค่าแรงวัตถุดิบพุ่งหวังปีนี้ยอดส่งออกโต4%กว่า5หมื่นล.

อุตฯ เครื่องหนังโอดปัญหารุมเร้า โดนสินค้าแบรนด์เนมตีตลาด ร้องรัฐช่วยลดต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบ

เจอปัญหาขาดแคลนแรงงาน ภาษีนำเข้าวัตถุดิบสูง ชี้โดนสินค้าแบรนด์เนมตีตลาดหลังรัฐปรับลดภาษีให้ ทำต้นทุนสูงกวาคู่แข่ง 10% ร้องรัฐช่วยลดต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบ

นายสุริยา ประทีปมโนวงศ์ นายกสมาคมเครื่องหนังไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมสินค้าแฟชั่นเครื่องหนังขณะนี้เผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง เนื่องจากการผลิตในประเทศขาดแคลนแรงงานฝีมืออย่างมาก ขณะที่ต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูงทั้งจากค่าแรงและต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบ เช่น การนำเข้าหนังและอะไหล่อุปกรณ์ต่างๆ ที่เก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 25-30% ส่งผลให้สินค้าไทยมีต้นทุนการผลิตสูงกว่าคู่แข่งประมาณ 10%

ขณะเดียวกันสินค้าจากประเทศจีน ที่เป็นสินค้าราคาถูกเข้ามาตีตลาด และยังมีสินค้าประเภทหนังเทียมที่เริ่มมีคนนิยมใช้มากขึ้น รวมถึงการที่รัฐบาลมีนโยบายลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยหรือสินค้าแบรนด์เนมจาก 30% เหลือ 05% ส่งผลกระทบต่อการค้าในประเทศค่อนข้างมาก เพราะราคาสินค้านำเข้าจะใกล้เคียงกับสินค้าของผู้ผลิตในประเทศ

“ปัญหาที่สำคัญที่สุดของภาคการผลิตในปัจจุบันนี้ คือ ปัญหาแรงงานฝีมือที่มีไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพราะการฝึกแรงงานแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานเป็น 10 ปี นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบสูง จึงอยากให้รัฐบาลลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนการผลิตที่ถูกที่สุด” นายสุริยา กล่าว

ขณะที่การย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ในอุตสาหกรรมเครื่องหนังถือว่าทำได้ยาก เพราะประเทศอื่นก็ขาดแคลนแรงงานฝีมือเช่นเดียวกัน จึงทำให้การเคลื่อนย้ายไปหาแหล่งผลิตอื่นๆ เป็นไปได้ยาก

ดังนั้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจึงต้องการให้รัฐบาลส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยเน้นการส่งเสริมภาพลักษณ์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ นักออกแบบ และสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้ร่วมมือกับภาครัฐโดยได้นำนักออกแบบจากอิตาลีเข้ามาช่วยพัฒนาสินค้าและการออกแบบ เพื่อช่วยยกระดับให้สินค้าไทย

นางดวงกมล เจียมบุตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า สินค้าแฟชั่นเครื่องหนังของไทยในช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย. 2556) มีมูลค่า 4.13 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะการส่งออกไปตลาดสำคัญ เช่น ฮ่องกง จีน เวียดนาม ญี่ปุ่น มีแนวโน้มดีขึ้น โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกโดยรวมทั้งปีจะมีมูลค่า 5.3 หมื่นล้านบาท ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 4%

ขณะที่ในปี 2557 คาดการณ์ว่าสถานการณ์การส่งออกจะเติบโตขึ้นประมาณ 10-15% เพราะสินค้าไทยมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด

สำหรับการส่งออกสินค้าเครื่องหนังในภาพรวมของปี 2556 คาดว่าจะเติบโตได้ 10% จากปีก่อน

เนื่องจากสินค้าของไทยยังเป็นที่ต้องการจากตลาดโลก โดยฉพาะอย่างยิ่งในตลาดสหรัฐอเมริกา ยุโรป และประเทศในแถบสแกนดิเนเวียเพราะผู้ประกอบการได้พัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาหนังที่มีน้ำหนักเบา เพื่อมาแข่งขันกับสินค้าหนังเทียมที่เข้ามาตีตลาด ขณะที่ในปี 2557 คาดการณ์ว่าสถานการณ์การส่งออกจะเติบโตขึ้นประมาณ 1015% เพราะสินค้าไทยมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ