
ดัชนีเศรษฐกิจ
วันนี้รายได้จากภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนมากถึง 40% ของ GDP ของประเทศ เราจึงควรจะต้องมีตัวชี้วัดใหม่ของภาคการผลิตหรือภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อจะได้นำไปใช้ประโยชน์สำหรับการวางแผนการผลิต การประกอบกิจการ และการปรับแก้การบริหารจัดการการผลิตหรือเรื่องต่างๆ ให้ทันเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
วันนี้รายได้จากภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนมากถึง 40% ของ GDP ของประเทศ เราจึงควรจะต้องมีตัวชี้วัดใหม่ของภาคการผลิตหรือภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อจะได้นำไปใช้ประโยชน์สำหรับการวางแผนการผลิต การประกอบกิจการ และการปรับแก้การบริหารจัดการการผลิตหรือเรื่องต่างๆ ให้ทันเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ตัวชี้วัดใหม่ที่ว่านี้คือ “ดัชนีเศรษฐกิจอุตสาหกรรม” (Industrial Economic Indicator) ซึ่งเป็นตัวชี้สถานะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใน 3 มิติรวมกัน อันได้แก่ มิติด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรม มิติด้านการลงทุน และมิติด้านความเชื่อมั่น
กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดทำดัชนีเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (Industrial Economic Indicator) ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศไทย และนับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการนำข้อมูลของแต่ละหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมมาบูรณาการเข้าด้วยกัน เพื่อจัดทำดัชนีที่สามารถสะท้อนภาพภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในระดับประเทศเพื่อให้ผู้สนใจ หน่วยงานของรัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุนสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของสภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมได้อย่างครบถ้วนยิ่งขึ้นโดยดัชนีใหม่นี้จะครอบคลุมมิติต่างๆ 3 มิติ คือ ด้านการผลิต การลงทุน และความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ซึ่งทุกภาคส่วนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ครบถ้วน แม่นยำ
ข้อมูลที่ได้นำมาบูรณาการเข้าด้วยกันเพื่อใช้สร้างดัชนีเศรษฐกิจอุตสาหกรรมทั้งสามด้านนี้ประกอบไปด้วยดัชนีย่อยทั้งหมด 11 ดัชนี คือ
มิติด้านการผลิต ประกอบด้วยดัชนี 2 ดัชนี คือ
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งแสดงถึงสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของการผลิตในภาคอุตสาหกรรม
มิติด้านการลงทุน ประกอบด้วยดัชนี 4 ดัชนี คือ
ดัชนีจำนวนการประกอบกิจการโรงงานที่ขอเปิดกิจการ ดัชนีจำนวนเงินทุน ดัชนีจำนวนแรงม้า และดัชนีจำนวนการจ้างงาน ของสถานประกอบกิจการที่ขออนุญาตเปิดดำเนินการ ซึ่งแสดงถึงการลงทุนในการขยายการผลิตของภาคอุตสาหกรรม
มิติด้านความเชื่อมั่น ประกอบด้วยดัชนี 5 ดัชนี คือ
ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจอุตสาหกรรม ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ดัชนีจำนวนคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนภาคอุตสาหกรรม ดัชนีจำนวนโครงการ ดัชนีเงินลงทุนและดัชนีการจ้างงานของโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งดัชนีทั้งหมดนี้แสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อภาคอุตสาหกรรม
ดัชนีเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่นี้ เป็นการนำเอาดัชนีต่างๆ ทั้งสามมิติข้างต้นมาจัดทำเป็น Diffusion Index โดยกำหนดให้มีฐานอยู่ที่หน่วย 50 ซึ่งหากดัชนีเศรษฐกิจอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับน้อยกว่า 50 เท่ากับ 50 หรือมากกว่า 50 แสดงถึงเศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัว ทรงตัว และดีตามลำดับ
จึงเป็นครั้งแรกที่มีการนำเอาข้อมูลด้านอุตสาหกรรมของหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงอุตสาหกรรมมาวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อสร้างดัชนีภาพรวมเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่แสดงถึงสภาวะอุตสาหกรรมได้ครอบคลุมทุกด้าน นอกจากนี้ยังมีบทวิเคราะห์รายงานภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของดัชนีแต่ละตัวซึ่งจะทำให้ทราบถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในมิติต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม เจาะลึก รวมถึงบทวิเคราะห์ที่รายงานถึงทิศทางและแนวโน้มของเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมใน 34 เดือนข้างหน้าด้วย
กระทรวงอุตสาหกรรมเชื่อมั่นว่าดัชนีที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม คือ ทุกภาคส่วนสามารถรับรู้ข้อมูลเศรษฐกิจอุตสาหกรรมได้อย่างครบด้าน มีความแม่นยำ ครอบคลุมทุกมิติของสถานการณ์อุตสาหกรรม ซึ่งช่วยให้ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมนำไปใช้ประโยชน์ในการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น และหน่วยงานภาครัฐสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนการพัฒนาและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างเครื่องมือเพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจไทยสามารถแข่งขันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรากำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดใหญ่อย่าง AEC
ดัชนีเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่ “สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม” พัฒนาขึ้นมานี้จะสามารถใช้ประโยชน์ได้ในต้นปี 2557
วันนี้พวกเราจึงต้องอาศัย “ดัชนี” หรือ “ตัวชี้วัด” (เฉพาะทาง) เป็นเครื่องมือในการวางแผนและบริหารจัดการที่จะทำให้การตัดสินใจมีความแม่นยำตรงประเด็นและถูกต้องมากยิ่งขึ้น ครับผม!







