posttoday
จุดตัดสินแรงซื้อสุดท้ายสำหรับปีนี้

จุดตัดสินแรงซื้อสุดท้ายสำหรับปีนี้

15 พฤศจิกายน 2556

การเมือง ณ ปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าร้อน และทางออกยังไม่มี และก็น่าคาดได้ว่า กรณีมองในระยะเดือนทางออกที่ทำให้ทุกฝ่ายเห็นด้วยและจบลงด้วยดี น่าจะกล่าวได้ว่าไม่น่าจะมีสิ่งที่เดาในด้านการเมืองจึงยากมาก

การเมือง ณ ปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าร้อน และทางออกยังไม่มี และก็น่าคาดได้ว่า กรณีมองในระยะเดือนทางออกที่ทำให้ทุกฝ่ายเห็นด้วยและจบลงด้วยดี น่าจะกล่าวได้ว่าไม่น่าจะมีสิ่งที่เดาในด้านการเมืองจึงยากมาก

แต่สิ่งที่คาดการณ์ในเชิงเศรษฐกิจน่าจะมีการคาดการณ์ได้ง่ายกว่า เหตุผลก็คือเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประเด็นสำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอยู่ที่การใช้โครงการกระตุ้น 2.2 ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน หรือเสถียรภาพของรัฐบาลที่ไม่มั่งคง ก็น่าจะทำให้แรงซื้อจากนักลงทุนต่างประเทศน้อยลง (แรงซื้อของนักลงทุนสถาบันกับพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์วัดคงลำบาก เพราะจุดประสงค์การซื้อแตกต่างกัน สถาบันอาจจะจำเป็นต้องบริหารเงินเพราะมีเม็ดเงินเข้ามามาก ส่วนบริษัทหลักทรัพย์มากกว่าครึ่งหนึ่งน่าจะเป็นการเก็งกำไร) ซึ่งจากสาเหตุดังกล่าวอาจจะทำให้แรงซื้อที่แท้จริงที่เกิดขึ้นสำหรับการลงทุนระยะยาวน่าจะเริ่มหายไป อีกทั้งการเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ในเดือน ธ.ค. น่าจะช่วงเวลาของการเป็นวันหยุดยาวของนักลงทุนต่างประเทศ แปลง่ายๆ ก็คือ เราน่าจะขาดหลักของการเป็นแรงซื้อที่แท้จริงไป

อีกทั้งกรณีเราพิจารณาข้อมูลที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำมาไม่ว่า ผลตอบแทนจากเงินปันผล หรือ P/E ค่าที่ออกมาก็จะเป็นตัวเลขกลางๆ ซึ่งก็ไม่ได้ดึงดูด หรือเป็นจุดเด่น กรณีเป็นเช่นนี้กรอบการเคลื่อนไหวของ SET INDEX จะมีกรอบบนที่จำกัด ไม่น่าจะเกิน 1,440-1,450 หรือ 1,480

แนวคิดดังกล่าวคงจะพบเห็นได้ว่า มีความเสี่ยงในแง่ของปัจจัยการเมือง ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นกลุ่มหุ้นที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น น่าจะเป็นกลุ่มพลังงานเพราะหุ้นกลุ่มใหญ่ที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีรวมก็คือ ธนาคารพาณิชย์ ICT และพลังงานกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในแง่ผลการดำเนินงานคงใกล้เคียง เพราะรายได้จากดอกเบี้ยซึ่งเป็นรายได้สำคัญของหุ้นกลุ่มนี้ เกิดจากการปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งน่าจะใกล้เคียงกับที่คาดไว้ ส่วน ICT ก็ยังน่าจะมีโอกาสจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตอย่างเช่น การประมูลทีวีดิจิตอล เป็นต้น แต่กลุ่มพลังงานต้องยอมรับว่ามีส่วนได้เสียมากที่สุดกับการเมือง และแน่นอนว่ากรณีการเมืองไม่มีเสถียรภาพน่าจะส่งผลต่อกลุ่มพลังงานไม่ว่า โดยหลักการหรือในเชิงของการปฏิบัติและน่าจะมีผลสูงมากต่อการทำงานและรายได้ในอนาคต

มองในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิค คล้ายๆ กับแนวคิดในเชิงปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น เพราะจากกราฟแรกที่มีการนำเสนอ เราคงจะพบว่า SET INDEX ยังคงมีการแกว่งตัวในกรอบ 1,3801,400 เป็นแนวรับ และ 1,4501,480 เป็นแนวต้าน แปลว่า ยังไม่น่าไปไหนและการเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงานก็สามารถบอกได้ว่า อยู่ในช่วงทดสอบแนวรับกรณีต่ำกว่าปัจจุบันจะเกิดแรงขายในลักษณะ Panic Sell!

ทั้งหมดที่กล่าวมา ไม่ได้แปลว่าจะมีแต่เรื่องลบเพียงเรื่องเดียว เพราะว่ากรณีปัจจัยการเมืองมีแนวโน้มสิ้นสุด (คำว่ามีแนวโน้มไม่จำเป็นต้องหมดไป) นักลงทุนในตลาดหุ้นจะมีการมองอนาคตและจะหันกลับมาซื้อ ซึ่งก็หมายถึงว่าสถานการณ์จะพลิกจากปัจจุบันเป็นหน้ามือหลังมือ แรงซื้อจะกลับมา การฟื้นตัวจะเกิดขึ้นในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และ ICT มากที่สุด หุ้นกลุ่มพลังงานจะไม่มีการปรับตัวลดลง ซึ่งเมื่อมาประเมินการวิเคราะห์ทางเทคนิคการผ่าน 1,4201,440 จะเป็นสัญญาณที่ชี้ว่า กรอบบนอาจจะมีการทดสอบหรือทะลุขึ้นได้ นั้นก็คือแรงซื้อสุดท้ายของปีนี้จะเกิดขึ้น!

บทสรุปของตลาดหุ้นในช่วงระยะไม่เกินสัปดาห์ต่อจากนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาการพิสูจน์ว่า แรงซื้อสุดท้ายจะเกิดขึ้นหรือไม่ โดยนักลงทุนต่างประเทศจะกลับมาเป็นบทบาทสำคัญ (กรณีตลาดลงจะขายหนักขึ้น แต่กรณีตลาดขึ้นอาจจะไม่จำเป็นต้องกลับมาซื้อ แต่หยุดการขาย) หุ้นกลุ่มพลังงานจะอันตรายในแง่ของกรณีตลาดลง แต่กรณีตลาดขึ้นหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และ ICT จะมีการขึ้นที่เร็วกว่า สิ่งที่ควรทำในแง่การวางกลยุทธ์การลงทุนในเชิงปฏิบัติจริงได้ ขอ Follow Buy กรณีมีสัญญาณบวกในต้นสัปดาห์หน้า แต่กรณีไม่มีสัญญาณบวกควรรอและเตรียมรับกับการเกิด Panic Sell ในระยะสั้น

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน