
ธุรกิจขายตรงผลิกกลยุทธ์รับม็อบโหมขายออนไลน์ อัดโปรโมชั่น
ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ยังคุกรุ่นอยู่ ธุรกิจขายตรงหลายค่ายเริ่มปรับกลยุทธ์การตลาดในไตรมาส 4 ใหม่ เพื่อกระตุ้นอารมณ์การจับจ่าย และเร่งปั๊มยอดขายให้ได้ตามเป้าหมาย หลังจากปัจจัยลบรุมเร้ารอบด้าน ส่งผลให้ตลาดขายตรงมูลค่า 7 หมื่นล้านบาทปีนี้เติบโตเพียง 57% จากเดิมที่คาดว่าจะโต 10%
ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ยังคุกรุ่นอยู่ ธุรกิจขายตรงหลายค่ายเริ่มปรับกลยุทธ์การตลาดในไตรมาส 4 ใหม่ เพื่อกระตุ้นอารมณ์การจับจ่าย และเร่งปั๊มยอดขายให้ได้ตามเป้าหมาย หลังจากปัจจัยลบรุมเร้ารอบด้าน ส่งผลให้ตลาดขายตรงมูลค่า 7 หมื่นล้านบาทปีนี้เติบโตเพียง 57% จากเดิมที่คาดว่าจะโต 10%
ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประเทศไทย และเวียดนาม เปิดเผยว่า บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการชุมนุมทางการเมือง แต่เพื่อลดความเสี่ยงได้เตรียมแผนบริหารจัดการเชิงรุกตลอดเวลา ทั้งการรองรับวิกฤตจากการเมือง เศรษฐกิจ และภัยพิบัติ รวมทั้งเตรียมแผนจัดการปัญหาในทุกด้าน ทั้งการจัดการองค์กร ระบบปฏิบัติการ การจัดการพนักงาน การจัดการสินค้า ผู้แทนจำหน่าย และการจัดการการสื่อสาร ซึ่งมาจากการระดมความคิด จากทุกฝ่าย
ด้านช่องทางจำหน่าย บริษัทมีบริการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ ซึ่งสมาชิกและผู้แทนจำหน่าย สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเดินทางเข้ามาที่ศูนย์บริการ หากการเมืองเกิดความรุนแรง ส่วนยอดขาย นู สกิน ยังคงเติบโตตามแผน
เกียรติพงศ์ ตั้งงามจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคทส์ ดอท คอม ผู้นำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มะโฮ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ กล่าวว่า การชุมนุมการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้บริโภคไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอย อีกทั้ง 9 เดือนที่ผ่านมาภาวะเศรษฐกิจยังชะลอตัว จึงประเมินว่าตลาดขายตรงมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท ไม่มีอัตราการเติบโต
“ธุรกิจขายตรงของบริษัทใหญ่ๆ จะได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ต้องเลื่อนการประชุมรายสัปดาห์ หรือปรับเป็นการประชุมผ่านทางออนไลน์ ส่วนบริษัทไม่ได้รับผลกระทบนักเพราะฐานลูกค้า 80% อยู่ในต่างจังหวัด 80% กรุงเทพฯ 20%” เกียรติพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ นำโปรโมชั่นชิงโชคแจกรถยนต์ เพื่อกระตุ้นผู้ที่สนใจเข้าสู่ธุรกิจขายตรงมาสมัครเป็นสมาชิกง่ายขึ้น โดยจะจับรางวัลเดือน ธ.ค.นี้ คาดว่ายอดสมาชิกใหม่เติบโต 10-15% จากปัจจุบันมีสมาชิก 1.5 แสนราย สิ้นปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1.6 แสนราย คาดว่าทั้งปีจะสามารถรักษารายได้ไว้ที่ 200 ล้านบาท เท่ากับปีที่ผ่านมา
พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงกิฟฟารีน กล่าวว่า การทำตลาดช่วง 2 เดือนสุดท้ายนี้ ผู้ประกอบการต้องทำอย่างระมัดระวัง โดยพิจารณาจากสถานภาพทางการเงินของบริษัทเป็นหลักก่อน และเป็นช่วงที่ไม่ควรใส่เม็ดเงินทำตลาดเพราะสถานการณ์ตลาดไม่เอื้อ ผู้บริโภคไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอย
สำหรับแผนธุรกิจรับกับสถานการณ์ผู้ชุมนุม ได้ชูช่องทางจำหน่ายเดลิเวอรีเป็นทางเลือกหนึ่งให้กับสมาชิกหรือนักธุรกิจที่ไม่ต้องการเดินทางมาซื้อสินค้า ส่วนการทำชุดของขวัญรับกับเทศกาลปีใหม่ ไม่ได้ปรับแผนเพราะเป็นส่วนสำคัญช่วยกระตุ้นยอดขาย สิ้นปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 5% หรือ 6,000 ล้านบาท จากเป้าเดิม 7-10%
ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ออร์กาโน่ โกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงกาแฟ กล่าวว่า ช่วงเดือน ธ.ค.นี้ บริษัทได้นำสินค้ามาจัดเป็นแพ็กเกจโปรโมชั่นเพิ่มขึ้นจากแผนการตลาดเดิม เพื่อกระตุ้นยอดขายเติบโต 40-50% พร้อมกับเปิดตัวสินค้าใหม่ ตลอดจนเดินหน้าจัดกิจกรรมซูเปอร์ แซตเทอร์เดย์ งานรวมมหกรรมกาแฟมาจำหน่าย คาดมีผู้เข้าร่วมงาน 1,500-2,000 คน
ภาพรวมธุรกิจขายตรงปีนี้ จัดว่าต้องปรับกลยุทธ์การตลาดหนักทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มผลตอบแทนให้นักธุรกิจ การจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย การทำตลาดผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ขณะที่พิษม็อบปลายปีทำให้หลายค่ายเริ่มหันมาบุกช่องทางจำหน่ายออนไลน์ หรือเดลิเวอรี ส่วนยอดขายจะเข้าเป้าหรือไม่ สิ้นปีรู้กัน







