posttoday
ม็อบผลกระทบความเชื่อมั่น

ม็อบผลกระทบความเชื่อมั่น

15 พฤศจิกายน 2556

ม็อบกลางถนนมาอีกแล้วต่างกันที่สถานที่ แต่ผลกระทบเหมือนกัน ที่น่าสังเกตคือ 2 ม็อบ ยึดต่างที่ตั้ง ม็อบเสื้อแดงในอดีตยึดราชประสงค์แหล่งหัวใจทำการค้า ปักหลักระยะยาว จนเกิดความเสียหายไม่เฉพาะเศรษฐกิจ แต่เสียหายถึงสิ่งแวดล้อมและกายภาพ บ้านเมืองพังเสียหาย ท้ายสุดระดับความเชื่อมั่นของคนไทย รวมทั้งต่างประเทศลดลง เกิดสังคมที่แสนวุ่นวาย เสียหายทั้งประเทศ

ม็อบกลางถนนมาอีกแล้วต่างกันที่สถานที่ แต่ผลกระทบเหมือนกัน ที่น่าสังเกตคือ 2 ม็อบ ยึดต่างที่ตั้ง ม็อบเสื้อแดงในอดีตยึดราชประสงค์แหล่งหัวใจทำการค้า ปักหลักระยะยาว จนเกิดความเสียหายไม่เฉพาะเศรษฐกิจ แต่เสียหายถึงสิ่งแวดล้อมและกายภาพ บ้านเมืองพังเสียหาย ท้ายสุดระดับความเชื่อมั่นของคนไทย รวมทั้งต่างประเทศลดลง เกิดสังคมที่แสนวุ่นวาย เสียหายทั้งประเทศ

ม็อบราชดำเนินคราวนี้เป็นม็อบอีกประเภทที่น่าจะอยู่ระยะสั้น เป็น Classic ม็อบ เช่นหลายประเทศ เป็นม็อบเช้าไปเย็นกลับ หรือเช้ากลับเย็นไป ไม่ปักหลักระยะยาว และคาดว่าจะไม่ทำอันตรายแก่บ้านเมืองด้านกายภาพจนเมืองพัง แต่ที่เหมือนกันคือ เพราะไม่ว่าม็อบสีอะไร ถ้าเป็นม็อบกลางเมืองอยู่บนถนน คนส่วนใหญ่จะไม่ชอบ เพราะเป็นม็อบที่ทำร้ายสังคมและประเทศทั้งๆที่รากเหง้าของม็อบคือการแย่งอำนาจของกลุ่มนักการเมือง (ทั้งสองฝ่าย) ของ สส./สว.ทั้งหลาย

ทุกม็อบที่ถูกลากลงมากลางถนนจะทำร้ายเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก กายภาพ และสิ่งแวดล้อม (บ้านเมืองพัง) เป็นอันดับ 2 และทำร้ายสังคมเป็นลำดับ 3 แต่เป็นการทำร้ายที่ลงรากลึกเกิดความเกลียดชังนำไปสู่การใช้อาวุธประหัตประหารกันสู่สงครามกลางเมือง เช่น ตะวันออกกลาง และสงครามขนาดใหญ่ (เช่น เกาหลี เวียดนาม เขมร) เสมอ

ความเห็นของนักการเมืองที่แตกแยกมักจะเห็นแก่ตัวเชื่อว่า “ฝ่ายตนเท่านั้นที่ถูก ฝ่ายตรงข้ามผิด มิใช่แค่ผิด แต่เป็นศัตรู” ต้องทำร้ายและทำลายเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เพราะ “ประชาธิปไตยนั้นต้องเกิดจากความคิดที่หลากหลาย รัฐบาลต้องบริหารความหลากหลายของความคิด” ถ้าคิดแต่ว่าตัวเองถูกเพราะได้อำนาจมาจากเสียงส่วนใหญ่และเหลิงอำนาจจนเกิดตัว ความขัดแย้งก็จะรุนแรงขึ้น

อะไรกำลังจะเกิดขึ้น “ความเชื่อมั่น” ทั้งของประชาชน พ่อค้า และเพื่อนๆ ทั่วโลก “กำลังตกต่ำลง ตกต่ำลง” เศรษฐกิจไทยถูกประหารแน่ๆ การลงทุนต่างๆ จะหยุดชะงักรอว่าเมื่อไหร่การเมืองจะลดความรุนแรง ประชาชนทุกระดับจะไม่ทำอะไรจะร้องเพลงรอ จะซื้อหุ้นก็รอได้ เพราะไม่เน่า นักธุรกิจจะเซ็นสัญญาลงทุนก็เลื่อน การจ้างงานก็จะชะลอตัวลง เพื่อนต่างชาติทั้งจะมาเที่ยวมาลงทุน ก็ชะลอ หรือยกเลิก การท่องเที่ยวซึ่งเป็นธุรกิจหลักชั้นนำของประเทศกระทบแน่ๆ

ฝ่ายอสังหาฯ แม้เป็นธุรกิจระยะยาวจะถูกกระทบระยะสั้น แม้ยอดจองอาจจะยังดีอยู่ แต่โครงการใหญ่จะชะลอตัวแน่ๆ ธนาคารก็จะชะลอการให้กู้ ลูกค้าที่จะโอนหุ้นและคอนโดก็จะเลื่อนการโอนกำลังซื้อก็จะลดลง Cash Flow และกระแสเงินสดก็จะกระทบ ท้ายสุดระบบการเงินของประเทศก็จะกระทบเป็นโดมิโน ถ้าแรงมากรับรองได้ว่า “วิกฤตเศรษฐกิจการเงิน” จะต้องเกิดขึ้น

ธุรกิจที่ Sentitive ที่สุดคือ การเงินและตลาดหุ้นที่เป็นธุรกิจระยะสั้น สั้นมากๆ เคลื่อนไหวเร็ว มีต่างชาติเข้ามาลงทุนเกี่ยวข้อง แม้บางขณะสั้นๆ ตลาดหุ้นจะเป็นสีเขียว แต่ก็เป็นการเก็งกำไรระยะสั้น Short Sell ขณะนี้ต่างชาติกำลังถอยความเชื่อมั่นของไทยกำลังตกระดับรวดเร็ว ปลายปีนี้คงจะเห็นชัด ใครจะมาค้าขายด้วย GDP ที่คุยกันว่ายังดีอยู่ ก็จะแย่ลง คนตกงานก็จะเกิดขึ้น ความสุขของประชาชนก็จะหายไป ความเกลียดชังก็จะเพิ่มขึ้น

ท้ายสุดนักการเมืองนั่นแหละตัวดี มีเวทีให้เล่นกลับมาชวนประชาชนลงมากลางถนน เป็นการเล่นการเมืองล้าหลังล้าสมัยจริงๆ ทั้งความคิดของพวกเราและทั้ง สส. สว.ที่เลือกตั้งกันมา ความผิดอยู่ที่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านสงสารประเทศไทยจริงๆ จะให้อภัยใคร เลือกให้อภัยให้ถูกต้อง และอย่าต้องให้เบื้องบนต้องระคายเคือง เรากำลังทำบาปให้ประชาชนและประเทศครับ เลิกทะเลาะกันเสียที

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ