posttoday
"ธิน แอร์ โปรดักชั่น"มายากลสร้างเงิน

"ธิน แอร์ โปรดักชั่น"มายากลสร้างเงิน

14 พฤศจิกายน 2556

หากพูดถึง “นักมายากล” ใครหลายคนอาจคิดคล้ายๆ กันว่าเป็นอาชีพที่ไม่ค่อยมีความมั่นคงทางการเงินเท่าไรนัก

โดย...ลภัสรดา ภูศรี

หากพูดถึง “นักมายากล” ใครหลายคนอาจคิดคล้ายๆ กันว่าเป็นอาชีพที่ไม่ค่อยมีความมั่นคงทางการเงินเท่าไรนัก เพราะหากไม่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักมายากลที่มีฝีมือหาตัวจับยาก ก็อาจเป็นได้แค่เพียงนักมายากลรับจ้างตามงานแสดงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

แต่ไม่ใช่กับ มาร์ก ฟิลิปปส์ จากรัฐแมรีแลนด์ของสหรัฐ วัย 56 ปี ที่แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ใช่นักมายากลระดับโลกอย่าง เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ แต่ ฟิลิปปส์ ก็สามารถทำเงินจากธุรกิจมายากลที่ใครต่อใครคิดว่า “ไม่น่ารุ่ง ให้รอดได้” อย่างไม่น่าเชื่อ

เพราะธุรกิจมายากลของ ฟิลิปปส์ นั้น ได้มุ่งเป้าเจาะตลาดนิช มาร์เก็ต หรือตลาดลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งยังไม่มีธุรกิจมายากลคู่แข่งเข้ามาลงสนามแข่งขัน นั่นก็คือ การรับงานแสดงมายากลเพื่อโปรโมตสินค้าหรือบริการของบริษัทต่างๆ ภายใต้ชื่อ “ธิน แอร์ โปรดักชั่น” (Thin Air Production)

จุดขายของธิน แอร์ โปรดักชั่น ก็คือการขายไอเดียการโปรโมตสินค้าและบริการของบริษัทผู้จัดจ้างผ่านการแสดงมายากล เพื่อดึงดูดความสนใจตลอดจนสื่อสารให้ลูกค้าทั้งเก่าและใหม่รู้จักและคุ้นเคยกับสินค้าหรือบริการที่ผู้จ้างต้องการจะนำเสนอนั่นเอง

อุปสรรคแรกและใหญ่ที่สุดเมื่อครั้งเปิดตัวใหม่ๆ คงหนีไม่พ้นการหาลูกค้ารายแรก เนื่องจากต้องยอมรับว่าบริษัทจำนวนไม่น้อยไม่กล้าเสี่ยงทุ่มเงินค่าโปรโมตสินค้าด้วยการจ้างนักมายากลแทนการนำเสนอด้วยวิธีตามแบบฉบับที่ใช้อยู่เป็นประจำ เช่น การจ้างนักร้อง นักแสดงที่มีชื่อเสียงมาเป็นพรีเซนเตอร์

“คงจะแปลกอยู่ไม่น้อย หากทีมการตลาดของบริษัทเสนอของบฯ 1 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 3.1 แสนบาท) เพื่อจ้างนักมายากลมาเล่นในงานแสดงสินค้า” ฟิลิปปส์ กล่าว ก่อนเล่าย้อนเหตุการณ์เมื่อครั้งที่สำนักงานบริหารของรัฐบาลสหรัฐ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังจากใช้เงินถึง 8.23 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 25.5 ล้านบาท) เพื่อจัดงานแสดงที่ลาสเวกัสเมื่อปี 2012 โดยจ้างนักมายากลและหมอดูอ่านใจมาด้วย เนื่องจากต่างมองว่าเป็นการลงทุนที่อาจไม่ได้ผลลัพธ์ตามเป้า

อย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามที่จะสื่อสารและติดต่อกับบริษัทต่างๆ เพื่อนำเสนอให้รู้ว่า บริการของธิน แอร์ โปรดักชั่น ไม่ใช่แค่เพียงการเล่นมายากลแบบธรรมดาๆ ทั่วไป แต่เป็นบริการที่เรียกตัวเองว่า “เครื่องมือทางการตลาดยุคใหม่เพื่อเรียกลูกค้า” ควบคู่กับการควักกระเป๋าเข้าคอร์สเรียนเรื่องการตลาด เพื่อศึกษาวิธีการพูดคุยกับลูกค้า ฟิลิปปส์ ก็เริ่มไต่เต้าจากการแสดงตามร้านอาหาร คลับเพลย์บอย

และหลังจากได้พบปะกับนักธุรกิจในวงการการเงินมากหน้าหลายตา เจ้าตัวก็เริ่มขยับขยายมารับแสดงภายในงานเลี้ยงบริษัทและสถาบันการเงินในวอลสตรีท จากค่าตัว 400 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.24 หมื่นบาท) ต่อชั่วโมง จนในที่สุดธิน แอร์ โปรดักชั่น ก็กลายเป็นที่รู้จักและบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ทั้งโคนิกา มินัลต้า เอชพี จีอี ต้องเรียกใช้บริการอยู่บ่อยครั้งและมีค่าตัวสูงถึง 3 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 9.3 ล้านบาท) เลยทีเดียว

แม้ว่าภายหลังจากเกิดวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ในปี 2008 ดีมานด์ของลูกค้าได้ลดลงฮวบฮาบ เนื่องจากแต่ละบริษัทต่างรัดเข็มขัดลดค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างเต็มที่ แต่ด้วยความน่าสนใจของบริการที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมในแต่ละธุรกิจได้เป็นอย่างดี ทำให้ความต้องการก็เริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ

แม้ว่าคิวจองตัวจะไม่แน่นเหมือนดังสมัยก่อนเกิดวิกฤตที่ต้องจองตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี แต่ขณะนี้ลูกค้าก็หลั่งไหลเข้ามาติดต่ออย่างไม่ขาดสาย โดยต้องจองล่วงหน้า 1 เดือน และคิดเป็นราคาเหมา 6,0008,000 เหรียญสหรัฐต่อการแสดง 3 วัน โดยในแต่ละปีจะมีงานอย่างน้อย 12-15 งาน งานละ 3-4 วัน

สำหรับโชว์มายากลซิกเนเจอร์ที่ดึงความสนใจลูกค้าได้ทุกครั้ง คงต้องยกให้กับการแสดงเสกแบงก์ 1 เหรียญสหรัฐ เป็น 100 เหรียญสหรัฐ โดยก่อนเริ่มแสดง ฟิลิปปส์ จะถามผู้ชมว่า คงจะดีไม่น้อย หากการลงทุนของคุณงอกเงยได้เร็วเหมือนกับที่ผมเสกเงินเช่นนี้

และการแสดงครั้งสำคัญที่สุดของ ฟิลิปปส์ ก็คือเมื่อครั้งไปร่วมงานกับบราเธอร์ส อินเตอร์เนชั่นเนล ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ที่ฟิลิปปส์ออกไอเดียแสดงมายากลดึงเครื่องแฟกซ์ขนาดใหญ่ของบริษัทออกมาจากกระเป๋าเอกสารที่มีความหนาเพียง 2 นิ้วได้อย่างน่าอัศจรรย์

“เวลาคนทั่วไปได้ยินคำว่า มายากล ก็อาจคิดไปว่าเป็นมายากลหลอกเด็ก เช่น ดึงเหรียญออกมาจากหู ดังนั้นผมจึงต้องทำการบ้านหนักขึ้น เช่น ศึกษาเป้าหมายของลูกค้าว่าต้องการสื่อสารอะไร และเราทำให้น่าสนใจมากขึ้นได้อย่างไร และความพยายามของผมก็สำเร็จอย่างกับเล่นกลเลยทีเดียว” ฟิลิปปส์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ