
กรุงไทยคิดใหญ่กำไร6หมื่นล้าน
เป้าหมายใน3ปีกรุงไทยลุยปรับโครงสร้างธุรกิจขนานใหญ่ ดันกำไรแตะ 6 หมื่นล้าน ในปี 2559
เป้าหมายใน3ปีกรุงไทยลุยปรับโครงสร้างธุรกิจขนานใหญ่ ดันกำไรแตะ 6 หมื่นล้าน ในปี 2559
นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างดำเนินแผนปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจขนานใหญ่ (Transformation Plan) ใน 3 ด้านหลักได้แก่ 1.ระบบการอนุมัติสินเชื่อและการติดตามเร่งรัดหนี้สิน ซึ่งเปรียบเสมือนหลังบ้าน ให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส และคัดกรองคุณภาพสินเชื่อให้ดีขึ้น 2.ระบบสนับสนุนในด้านเทคโนโลยีภายในองค์กรและการพัฒนาบุคลากร ซึ่งเปรียบเสมือนในบ้าน 3.ด้านการตลาด การบริการของสาขาและอุปกรณ์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งเปรียบเสมือนหน้าบ้าน
“หลังจากนี้ตะแกรงคัดกรองสินเชื่อของเราจะถี่ขึ้นจากการปรับระบบบริหารความเสี่ยง ซึ่งยอมรับว่ายอดปฏิเสธสินค้าลูกค้าคงสูงขึ้น แต่ก็จะแลกมากับความเร็วและคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น ขณะนี้เราเริ่มทำแล้วในส่วนของธุรกิจสินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อรายย่อยและน่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือน ต.ค.ปีหน้า ขณะที่สินเชื่อรายใหญ่จะเริ่มต้นปีหน้า” นายวรภัค กล่าว
ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เมื่อการปรับปรุงระบบทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในปี 2557 เชื่อว่าประสิทธิภาพในการทำกำไรของธนาคารจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งความมุ่งหวังที่วางเอาไว้คือ ต้องการเห็นผลกำไรเติบโตขึ้น 3 เท่า จากผลกำไรในสิ้นปี 2555 แค่ 2.3 หมื่นล้านบาท เป็นมีกำไรแตะระดับ 6 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2559
“ตัวเลข 6 หมื่นล้านบาท มาจากการจัดเวิร์กช็อปของพนักงานในองค์กร ที่เชื่อว่าหากมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการต่างๆ ในองค์กรแล้วเราน่าจะไปถึงจุดนั้นได้ จากที่ผมเข้ามาบริหารงานในกรุงไทยครบ 1 ปี พบว่าพนักงานกรุงไทยเหมือนกับม้าแข่งพันธุ์ดี หากเราทำลู่วิ่งที่ดีให้เขาก็พร้อมจะวิ่งทะยานได้ทันที” นายวรภัค กล่าว
นายวรภัค กล่าวว่า แผนการเติบโตนั้น ธนาคารจะไม่ไปแย่งส่วนแบ่งตลาดกับใคร แต่จะเน้นเติบโตจากฐานลูกค้าที่มีอยู่เกือบ 18 ล้านบัญชี โดยที่ผ่านมาเราไปปล่อยสินเชื่อโครงการแต่สินเชื่อบ้านคนกลับไปใช้แบงก์อื่น แต่จากนี้ไปจะขายข้ามผลิตภัณฑ์มากขึ้น เพื่อเพิ่มยอดการถือครองผลิตภัณฑ์จาก 2.4 ชิ้นต่อราย
นอกจากนี้ สินเชื่อของธนาคารจากนี้ไปจะให้น้ำหนักไปที่สินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อเอสเอ็มอีมากขึ้น โดยจะเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อขึ้นมาเป็น 60% ของสินเชื่อรวม จากที่ปัจจุบัน 50% ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิขยับจาก 2.7% เป็น 3%
นายวรภัค กล่าวว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจของธนาคาร ณ สิ้นปีนี้ คาดว่าสินเชื่อจะขยายตัวได้ราว 10% ด้านหนี้เสียคาดว่าจะลดลงจากระดับ 1.7% มาอยู่ที่ 1.5% โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการระบายสินทรัพย์รอการขายออกไปได้ส่วนหนึ่ง ขณะที่เป้าหมายเติบโตสินเชื่อในปีหน้าธนาคารตั้งเป้าไว้ที่ราว 7.5%







