posttoday
เหยียบเบรกสินเชื่อ

เหยียบเบรกสินเชื่อ

11 พฤศจิกายน 2556

ธปท.ระบุสิ้นไตรมาส3หดตัวกว่า9.7พันล.ปลายปีหัวทิ่มลงทุนลดคนขาดความเชื่อมั่น

ธปท.ระบุสิ้นไตรมาส3หดตัวกว่า9.7พันล.ปลายปีหัวทิ่มลงทุนลดคนขาดความเชื่อมั่น

สินเชื่อเริ่มสะดุด ไตรมาส 3 ลดฮวบ 9,700 ล้านบาท ผู้บริหารแบงก์ประเมินปลายปีเริ่มเข้าสู่ภาวะหดตัว

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดสินเชื่อคงค้างแยกตามประเภทธุรกิจของสถาบันการเงินทั้งระบบในไตรมาส 3 พบว่าสถาบันการเงินทั้งระบบปล่อยสินเชื่อแก่ภาคธุรกิจทั้งสิ้น 12,004,288 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 12,013,990 ล้านบาท โดยยอดสินเชื่อภาคธุรกิจลดลง 9,702 ล้านบาท หรือลดลง 0.08%

ทั้งนี้ ธุรกิจที่มีสินเชื่อลดลงมากที่สุดเป็นกิจกรรมทางการเงินและการประกันภัยลดลง 2.07 แสนล้านบาท หรือ 7.22%จากที่มียอดขอสินเชื่อคงค้าง 2.66 ล้านล้านบาท อันดับสองเป็นเหมืองแร่และเหมืองหินลดลง 1.14 หมื่นล้านบาทลดลง 13.36% อันดับสามเป็นสินเชื่อเพื่อการบริหารและการบริการลดลง 1.11หมื่นล้านบาท คิดเป็น 13.14%

อันดับสี่เป็นสินเชื่อการบริหารราชการ การป้องกันประเทศ และการประกันสังคมภาคบังคับ ลดลง 9,090 ล้านบาท คิดเป็น 4.68%

ขณะที่ธุรกิจที่ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้น อันดับแรก เป็นธุรกิจการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 8.22 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.68% สินเชื่อเพื่อการจัดหาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 4.74 หมื่นล้านบาท ขณะที่การซื้อหรือเช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 1.24 หมื่นล้านบาท สินเชื่อเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 2.02 หมื่นล้านบาท

ธปท.ยังได้รายงานสินเชื่อบัตรเครดิต พบว่า ยอดสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 2.57 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,570 ล้านบาท คิดเป็น 1.81% โดยธนาคารพาณิชย์มียอดสินเชื่อเพิ่มขึ้น 3,450 ล้านบาท ผู้ทำธุรกิจสินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน 1,120 ล้านบาท มีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 6,370 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.05% หรือเพิ่มขึ้น 529 ล้านบาท เป็นหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ 506 ล้านบาท และนันแบงก์ 23 ล้านบาท ในขณะที่จำนวนบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 3.8 แสนใบ โดยมียอดคงค้างในระบบทั้งสิ้น 18.11 ล้านใบ

สำหรับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตโดยรวม 1.16 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 3,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.49% จากไตรมาสก่อน โดยการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้น 3,000 ล้านบาท คิดเป็น 3.25% มีการใช้จ่ายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 9.83% เกิดจากธนาคารพาณิชย์ 524 ล้านบาท นันแบงก์ 144 ล้านบาท

ขณะที่ยอดการเบิกเงินสดล่วงหน้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 258 ล้านบาท แบ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ 228 ล้านบาท และนันแบงก์ 31 ล้านบาท

สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลมีทั้งสิ้น 2.91 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 1.1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 3.95% เป็นการเพิ่มขึ้นธนาคารพาณิชย์ 5,500 ล้านบาท และนันแบงก์ 5,100 ล้านบาท และสาขาธนาคารต่างชาติ 390 ล้านบาท มีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 9,830 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,320 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15.56%

ธปท.รายงานว่า จากการสำรวจความต้องการสินเชื่อในไตรมาส 4 ของผู้บริหารระดับสูงด้านสินเชื่อของสถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต และธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล พบว่าความต้องการสินเชื่อโดยรวมจะเพิ่มขึ้นอีกไม่มากนัก เพราะการลงทุนภาคเอกชนน่าจะทรงตัวลงไปในระดับค่อนข้างต่ำ โดยความต้องการสินเชื่อจะมาจากธุรกิจที่เน้นการบริโภคในประเทศเป็นหลัก เช่น ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง อาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์

นอกจากนี้ มีการประเมินว่าความต้องการสินเชื่อภาคครัวเรือน เช่น สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อครัวเรือนจะปรับเพิ่มขึ้นจากเทศกาลปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงของเทศกาลใช้จ่ายของประชาชน

ผู้บริหารสถาบันการเงินยอมรับว่า ขณะนี้เริ่มมีการกวดขันและเพิ่มความเข้มข้นสินเชื่อเอสเอ็มอี สินเชื่อสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อสำหรับธุรกิจการเกษตรที่มีความเสี่ยงทางด้านราคา

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การออกมาแสดงการชุมนุมคัดค้านการออกร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ถือเป็นการแสดงออกของประชาชนตามสิทธิและไม่น่ากระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ