posttoday
จัตุรัสข่าว

จัตุรัสข่าว

01 พฤษภาคม 2553

แนะนักซอฟต์แวร์ไทยลุยนอก

นายสุธีร์ สธนสถาพร เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย หรือเอทีซีไอ เปิดเผยว่า อนาคตของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศไทยจะเติบโตได้ ต้องมุ่งหน้าทำตลาดต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะปัจจุบันที่สถานการณ์ในประเทศไม่เอื้อ ยิ่งต้องมุ่งตลาดที่มีกำลังซื้อ แต่ปัญหาคือนักพัฒนายังไม่เป็นที่รู้จักและไม่มีความน่าเชื่อถือสำหรับลูกค้า สมาคมฯ จึงร่วมกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า จัดโครงการประกวดผลงานซอฟต์แวร์ดีเด่นแห่งชาติ หรือไทยแลนด์ ไอซีที อวอร์ด เป็นปีที่ 7 เพื่อส่งเสริมให้ซอฟต์แวร์ไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับของต่างประเทศ โดยในอนาคตจะมีการส่งประกวดระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือเอเชีย แปซิฟิก ไอซีที อวอร์ด ต่อไป

ทั้งนี้ การประกวดซอฟต์แวร์ ไทยแลนด์ ไอซีที อวอร์ด เปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 10 มิ.ย. นี้ โดยบริษัทที่เข้าประกวดต้องเป็นบริษัทไทย ที่พัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นเองจนเสร็จสมบูรณ์สามารถใช้งานได้จริง ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล 1 แสนบาท รองชนะเลิศ 3 หมื่นบาท โดยสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ticta.net

‘พาณิชย์’ อัด 410 ล้านบาทฟื้นเศรษฐกิจ

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมอนุมัติเงินกองทุน 410 ล้านบาท สำหรับใช้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของไทย โดยกิจกรรมหลัก ได้แก่ โครงการ ไทยแลนด์ แฟชั่น เอ็กซ์โป ทู บี นัมเบอร์ วัน ช่วงเดือน ต.ค.พ.ย.นี้ บริเวณย่านการค้าราชประสงค์ เพื่อให้ย่านราชประสงค์กลับมาเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นการค้าของไทยอีกครั้ง หลังจากกลายเป็นสถานที่ชุมนุมทางการเมืองมานาน ++“กระทรวงฯคาดว่ากว่าถึงช่วงเวลานั้น สถานการณ์ทางการเมืองไทยจะคลี่คลายแล้ว จึงใช้โอกาสนี้เรียกความเชื่อมั่นให้กับผู้ค้าจากต่างประเทศ กลับเข้ามาร่วมงานในไทย ถือเป็นมาตรการเยียวยาหนึ่ง ที่รัฐบาลจะช่วยเหลือภาคเอกชน เพราะจะมีการเชิญบุคคลที่มีชื่อเสียง นางแบบ นักออกแบบเครื่องแต่งกายชั้นนำระดับโลก เข้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง ให้เป็นจุดสนใจ ดึงดูดผู้คนทั่วโลกมาร่วมงานได้” นางพรทิวา กล่าว

++พร้อมกันนี้ จะจัดงาน ไทยแลนด์ เวิลด์ เอ็กซ์โป เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และงานยกระดับภาพลักษณ์สินค้าและบริการไทยสู่ตลาดจีน ในช่วงเดือนพ.ค.ต.ค. 2553 รวม 6 เดือน ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าและประเทศไทยได้มาก โดยการใช้เงินกองทุนนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำกับดูแล ทั้งจากภาครัฐและเอกชนเพื่อให้ใช้งบประมาณได้ประโยชน์สูงสุด พร้อมให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้านำโครงการสร้างอาชีพ หรือเรนโบว์ โปรเจกต์ มาช่วยเหลือประชาชนที่ว่างงานและได้รับผลกระทบจากการชุมนุม โดยเน้นสร้างอาชีพในกลุ่มแฟรนไชส์อาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจขายตรง พร้อมให้ประสานไปธนาคารรัฐปล่อยกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับเปิดกิจการ

++สำหรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ที่ได้รับผลกระทบจากการชุนนุมทางการเมือง ทาง 12 สมาพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโลจิสติสก์ กำลังรวบรวมผลกระทบและเสนอมาตรการขอความช่วยเหลือจากรัฐอยู่ เบื้องต้นคาดว่าจะเข้าไปช่วยปัญหาสภาพคล่อง โดยใช้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่เหลือจากโครงการช่วยเหลือช่วงแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส อีกกว่า 2,600 ล้านบาท จากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศ มาปล่อยกู้ช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบทางการเมืองครั้งนี้

++นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศให้มียอดขายและจำนวนผู้ร่วมงานแสดงสินค้าลดลง ดังนั้นหลังจากนี้จะมีการทบทวนและปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานแสดงสินค้าทั้งในประเทศและนอกประเทศใหม่ โดยรูปแบบจะไม่มุ่งเน้นแค่เพิ่มมูลค่าการค้า แต่จะเพิ่มความร่วมมือกับภาคลงทุนและการท่องเที่ยวเข้าไปด้วย เพื่อรองรับตลาดต่างประเทศหลังเปิดเสรีการค้าด้วย ซึ่งช่วงวลาที่เหลือจากที่ปีนี้มีแผนจัดกิจกรรม 150 โครงการในช่วงเดือนพ.ค.ก.ย. 2553

++นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบตั้งคณะทำงานกำกับดูแลการใช้งบประมาณจากกองทุน และการจัดงานแสดงสินค้า ตามที่คณะกรรมการฯอนุมัติงบประมาณ เพื่อติดตามการจัดงานว่ามีความคุ้มค่าและมีประเด็นใดที่ต้องแก้ไขหรือไม่

ฟิลิปส์ฝันขึ้นผู้นำโคมไฟเอเชียใน 3 ปี

นายศรีกานต์ เวลลิเยอร์ นอท์ท ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มผลิตภัณฑ์โคมไฟตกแต่งบ้าน ฟิลิปส์ เอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า ภายใน 3 ปีจากนี้ บริษัทตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำตลาดโคมไฟในภูมิภาคเอเชีย โดยล่าสุดเปิดตัวและทำตลาดโคมไฟในประเทศไทย และจะเดินหน้าทำตลาดอาเซียน เช่น มาเลเซีย เวียดนาม นอกจากนี้ บริษัทยังมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของไทย จึงยังเดินหน้าทำตลาดอย่างต่อเนื่องแม้ปัญหาการเมืองยังยืดเยื้อ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน