
เดลต้า-เอสวีไอลั่นปีหน้าพุ่งตามศก.โลก
DELTASVI ลั่นปี 2557 กำไรโตเด่น รับเศรษฐกิจโลกฟื้นชัด หนุนคำสั่งซื้อทะลัก ยันจ่ายเงินปันผลเพิ่ม
DELTASVI ลั่นปี 2557 กำไรโตเด่น รับเศรษฐกิจโลกฟื้นชัด หนุนคำสั่งซื้อทะลัก ยันจ่ายเงินปันผลเพิ่ม
นายอนุสรณ์ มุทราอิศ กรรมการ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2557 ไว้ที่ประมาณ 5-10% จากปีนี้ที่จะโตสองหลักจากปี 2555 ที่ทำได้ 4,800 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกำไรที่เติบโตสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยยังเน้นกลยุทธ์ผลิตกลุ่มสินค้าที่ให้อัตรากำไรสุทธิสูงเกินระดับ 10% และมีแผนเพิ่มนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับกลุ่มสินค้าเดิม ได้แก่ เทเลคอม พาวเวอร์ซัพพลาย โครงสร้างพื้นฐานและเริ่มมีสินค้าใหม่คือ วินด์เทอร์ไบน์
นอกจากนี้ มีแผนขยายฐานตลาดใหม่ๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน หลังประสบความสำเร็จในการทำตลาดออสเตรเลีย ส่วนตลาดยุโรปซึ่งมีสัดส่วนใกล้เคียงกับเอเชียที่ประมาณ 25% ยอมรับว่าได้รับผลกระทบในสินค้าแผงโซลาร์เซลล์ เพราะรัฐบาลไม่มีนโยบายสนับสนุนแต่จะใช้ยุโรป เป็นฐานการผลิตสินค้าที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ เพื่อใช้ส่งออกสินค้าไปยังแอฟริกา
ขณะที่ตลาดในสหรัฐมีสัดส่วนต่อยอดขายเกือบ 50% เศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัว โดยมีบริษัทได้เข้าไปลงทุนในธุรกิจผลิตอุปกรณ์เทเลคอมในช่วง 2 ปีก่อนหน้านี้ ก็เริ่มเก็บเกี่ยวผลการลงทุน
สำหรับปัญหาการเมืองในประเทศไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจและการลงทุนในปีหน้า โดยตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 500-1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสินค้าใหม่
แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2556 คาดว่าจะจ่ายได้เพิ่มขึ้นจากงวดปีก่อนตามแนวโน้มกำไรที่เติบโตขึ้น คาดว่าจะให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลเกิน 5% และบริษัทมีเงินสดกว่าหมื่นล้านบาทพร้อมในมือ
ด้านบริษัท เอสวีไอ (SVI) นายพงษ์ศักดิ์ โล่ห์ทองคำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐในปี 2557 ไว้ที่ 320 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าใหม่ ซึ่งบริษัทได้เพิ่มมาอีก 5 ราย ทั้งจากสหรัฐและยุโรป ส่วนภาพรวมตลาดสินค้ายังมีการเติบโตที่ดีในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งอุตสาหกรรม อุปกรณ์ทางการแพทย์ และสินค้าเฉพาะกลุ่ม ขณะที่เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ยอดขายจะทำได้เพียง 264 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากส่งมอบสินค้าไม่ทันเพราะเป็นสินค้าประเภทที่มีความยากในการผลิตแต่ในไตรมาส 4 จะได้รับเงินชดเชยจากประภัยน้ำท่วมอีก 60% ของวงเงิน 1,058 ล้านบาท โดยมีแผนจะเสนอต่อคณะกรรมการนำไปจ่ายเงินปันผลรวมกับผลการดำเนินงานของปีนี้ โดยเงินชดเชยที่เหลือจะได้รับเข้ามาในไตรมาสแรกปีหน้า
“เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวชัดเจน ทำให้ตลาดมีฐานะดีขึ้นสะท้อนจากยอดคำสั่งซื้อที่เข้ามาจนผลิตไม่ทัน” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว







