
‘ทาทาสตีล’เข้าสู่ยุคกำไรขายดีขึ้นมีเงินแจกปันผล
TSTH ลั่นเข้าสู่ยุคการทำกำไร อีบิทด้าครึ่งหลังดีกว่า 580 ล้าน จี้รัฐออกเอดีถาวรป้องกันเหล็กจีนดัมพ์ตลาด
TSTH ลั่นเข้าสู่ยุคการทำกำไร อีบิทด้าครึ่งหลังดีกว่า 580 ล้าน จี้รัฐออกเอดีถาวรป้องกันเหล็กจีนดัมพ์ตลาด
นายปิยุช กุปต้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) แถลงข่าวก่อนที่จะไปรับตำแหน่งผู้บริหารด้านการค้าปฏิบัติงานที่ ทาทา สตีล ประเทศอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไปว่า บริษัท ทาทา สตีล ในประเทศไทยอยู่ในช่วงก้าวสู่ยุคสร้างผลกำไรมากขึ้น แม้ภาครัฐจะยังไม่มีมาตรการป้องกันการทุ่มตลาดเหล็กลวดคาร์บอนสูง (เอดี) อย่างถาวรก็ตาม เพราะแผนการพลิกฟื้นธุรกิจที่ทำมา 2 ปี เริ่มได้ผล หลังบริษัทเริ่มมีกำไรหลังหักภาษีจำนวน 1 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2556 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3.5 ปี
“ตอนนี้ยังตอบไม่ได้เรื่องผลประกอบการจะกลับมาเทิร์นอะราวด์หรือไม่ เพราะขอรอดูมาตรการทางภาครัฐว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร หลังเอดีที่ป้องกันการทุ่มตลาดเหล็กลวดของจีนชั่วคราวจะหมดลงวันที่ 7 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ และทางบริษัทได้ยื่นหนังสือให้กระทรวงพาณิชย์ออกเอดีถาวรเมื่อวันที่ 1 พ.ย. เพื่อสร้างการค้าและการแข่งขันที่เป็นธรรม ปกป้องการอยู่รอดของอุตสาหกรรมเหล็กของไทย และไม่ให้เงินไหลออกไปนอกประเทศ” นายปิยุช กล่าว
ทั้งนี้ หลังมีมาตรการเอดีชั่วคราวเมื่อวันที่ 8 ส.ค. หรือเพียง 4 เดือนที่ผ่านมา บริษัทสามารถเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มที่ระดับ 25% และคาดว่าจะกลับมาที่ 30% เหมือนก่อนที่จะถูกจีนดัมพ์ตลาดจากเหล็กนำเข้าที่ทำให้สัดส่วนลดลงไปที่ 22% ซึ่งหากรัฐบาลออกเอดีถาวรสัดส่วนจะเพิ่มขึ้นถึง 35% ได้
สำหรับปริมาณการขายเหล็กปี 2557 (เม.ย. 2556-มี.ค. 2557) จะอยู่ที่ 1.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนที่ขายได้ 1.18 ล้านตัน และคาดว่าจะมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ยและค่าเสื่อมราคา (อีบิทด้า) ในงวดครึ่งปีหลัง (ต.ค. 2556-มี.ค. 2557) จะสูงกว่าครึ่งปีแรกที่ทำได้ 508 ล้านบาทได้
นายปิยุช กล่าวว่า ตอนนี้บริษัทเริ่มมีผลกำไร ยกเว้น บริษัท เอ็น.ที.เอส.สตีลกรุ๊ป (NTS) ที่ยังขาดทุนอยู่เพราะหยุดผลิตไปถึงเดือน มี.ค.ปีหน้าก่อนเพราะวัตถุดิบมีราคาสูง แต่ไม่มีผลต่อการจ่ายปันผล







