
แฟรนไชส์ไทยไปเออีซีด้วยทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ (ตอน 9)
เมื่อพัฒนามากระทั่งมีความพร้อมในระดับหนึ่ง โมลี แคร์ ธุรกิจศูนย์บริการล้างรถแบบครบวงจรได้เริ่มมองไปยังตลาดในต่างประเทศ โดยเข้าร่วมคณะชักจูงการลงทุนของภาครัฐไปพบปะนักลงทุนในต่างประเทศกลุ่ม CLMV
เมื่อพัฒนามากระทั่งมีความพร้อมในระดับหนึ่ง โมลี แคร์ ธุรกิจศูนย์บริการล้างรถแบบครบวงจรได้เริ่มมองไปยังตลาดในต่างประเทศ โดยเข้าร่วมคณะชักจูงการลงทุนของภาครัฐไปพบปะนักลงทุนในต่างประเทศกลุ่ม CLMV
แม้ว่าการไปครั้งแรกจะไม่ประสบความสำเร็จในแง่การขยายสาขา แต่ทำให้ได้เปิดโลกทัศน์มากขึ้น เพราะทำให้รู้ว่ามีลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านให้ความสนใจธุรกิจคาร์แคร์ของไทยเป็นจำนวนมาก
นับเป็นเรื่องน่าประหลาดใจสำหรับผู้บริหารโมลี แคร์ ที่พบว่ามีนักธุรกิจจากประเทศลาวและกัมพูชาให้ความสนใจธุรกิจ เพราะหากพิจารณาดูรายได้ประชาชาติต่อหัวของทั้งสองประเทศ ยังจัดอยู่ในกลุ่มประเทศยากจน ในขณะที่การลงทุนในกิจการแฟรนไชส์โมลี แคร์ ต้องใช้เงินลงทุนเป็นหลักล้าน
ผู้บริหารโมลี แคร์ จึงตระหนักถึงพลังของการสร้างแบรนด์อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องได้ส่งผลดีต่อการเปิดตลาดในต่างประเทศอย่างมาก เพราะไม่ใช่เพียงธุรกิจล้างอัดฉีดที่ลูกค้าสนใจ แต่เป็นเรื่องของระบบ ที่ลูกค้าในกลุ่มประเทศเหล่านี้ยอมเสียเงินซื้อแฟรนไชส์ เป็นเรื่องของการยอมรับในตัว “แบรนด์” นั่นเอง
กล่าวได้ว่า ความสำเร็จของโมลี แคร์ มาจากหลายปัจจัยด้วยกัน และหนึ่งในนั้นคือ กลยุทธ์ช่องทางจัดจำหน่าย (Place) ที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Target Customer) โดยจะเลือกทำเล (Location)ที่มีความหนาแน่น (Traffic) ของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย มีการวิเคราะห์ก่อนว่าลูกค้าในทำเลที่แฟรนไชส์ซีต้องการเปิดสาขาเป็นลูกค้ากลุ่มไหน สอดรับกับตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Positioning) ที่วางไว้หรือไม่
ทั้งหมดนี้นับเป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะสามารถขยายสาขาในสถานีบริการน้ำมันครบทุกราย ไปจนถึงโชว์รูมรถยนต์ทุกยี่ห้อ ห้างดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ห้างดิสเคาต์สโตร์ ห้างคอมมูนิตี้มอลล์ และสาขาสแตนอโลนที่มีศักยภาพต่างๆ นับว่าโมลี แคร์ สามารถนำเอาธุรกิจล้างรถยนต์ขึ้นห้างฯ หรือบุกตลาดโมเดิร์นเทรดได้ประสบความสำเร็จ
และด้วยอานิสงส์ของการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ต่อมาโมลี แคร์ สามารถปั้นแบรนด์พรีเมี่ยมขึ้นไปเจาะลูกค้ากลุ่มบน (Highend) ในชื่อแบรนด์ “Xtreme” ซึ่งจะเป็นศูนย์ให้บริการล้างรถแบบครบวงจรที่มีรูปแบบทันสมัย มีสีสันที่ดูโฉบเฉี่ยว มีรสนิยม เพราะลูกค้าเดิมจะเป็นลูกค้ากลุ่ม B
ขณะที่แบรนด์ใหม่มุ่งเน้นขยายตลาดลูกค้ากลุ่ม A ถึง A minus เช่น ศูนย์การค้าเมกาบางนา ห้าง IKEA รวมไปถึงทำเลที่กำลังซื้อสูง อาทิ ถนนสุขุมวิท ภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ เป็นต้น โดยโมลี แคร์ ใช้ Know How ที่มีเดิม แต่บวกเพิ่มด้วยกลยุทธ์แห่งชัยชนะที่เสริมเข้าไปเท่านั้นเอง







