posttoday
ชงกขช.พยุงชาวนา

ชงกขช.พยุงชาวนา

06 พฤศจิกายน 2556

ขออีก3,000ล้านบาทเข้าที่ประชุม7พ.ย.นี้.

ขออีก3,000ล้านบาทเข้าที่ประชุม7พ.ย.นี้.

หลังตั้งเกณฑ์ผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าจริง. ชง กขช.ของบ 3,000 ล้านบาท เยียวยาชาวนา หลังถูกกดราคาผลผลิตข้าวต่อไร่ ปี 2556/2557

นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ด้านการผลิต ว่าที่ประชุมมีมติให้เสนอของบประมาณ 3,000 ล้านบาท ต่อ กขช.เพื่อนำไปเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ที่ได้รับผลกระทบจากการประเมินผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าที่ผลิตได้จริง ในปีการผลิต 2556/2557

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีปริมาณข้าวประมาณ 1.2-1.5 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งงบดังกล่าวจะไม่รวมในวงเงินของโครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลวางไว้ที่ 16 ล้านตันข้าวเปลือก วงเงิน 2.7 แสนล้านบาท โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปหารือกับสำนักงบประมาณ

อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลจากอุทกภัยจะมีพื้นที่นาข้าวเสียหายกว่า 4 ล้านไร่ จะทำให้มีข้าวเข้าโครงการรับจำนำข้าวไม่เกิน 11 ล้านตันข้าวเปลือก

“เกษตรกรในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างได้ร้องเรียนว่ากระทรวงเกษตรฯ คำนวณผลผลิตต่อไร่ให้ต่ำกว่าจำนวนผลผลิตจริง ทำให้เกษตรกรต้องนำผลผลิตส่วนเกินไปขายในราคาถูกให้กับโรงสี” นายวราเทพ กล่าว

ทางสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) คำนวณผลผลิตเฉลี่ยต่ำกว่าผลผลิตที่ได้จริง เช่น ค่าเฉลี่ยให้ 600 กก.ต่อไร่ แต่ผลิตจริงได้ 800 กก. ทำให้เสียโอกาสที่จะเข้าโครง จึงเห็นควรให้มีการเยียวยาและการแก้ไขระยะยาวโดยให้กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว และ สศก.ไปทำตัวเลขค่าเฉลี่ยผลผลิตข้าวใหม่ทั้งประเทศสำหรับใช้ในการจำนำปี 2557/2558

นายวิทยา อธิปอนันต์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การเยียวยาดังกล่าวจะยังอยู่ในหลักเกณฑ์โครงการจำนำข้าวปีการผลิต 2556/2557 โดยผลผลิตเกษตรกรจะบวกให้ไม่เกิน 20% ของผลผลิตจริง และเมื่อรวมวงเงินแล้วจะต้องไม่เกิน 3.5 แสนบาทต่อครัวเรือน ซึ่งเกษตรกรที่จะได้รับเงินดังกล่าวจะต้องมีการสำรวจว่ามีผลผลิตจริงตามที่ยื่นเรื่องเข้าโครงการนี้ สำหรับผลผลิตเฉลี่ยของข้าวปี2556/2557 สศก. ระบุว่า ผลผลิตเฉลี่ยประเทศ นาในเขตชลประทานอยู่ที่ 595 กก.(ข้าวเปลือก)ต่อไร่ นอกเขตชลประทาน 410 กก.ต่อไร่โดยในพื้นที่ชลประทาน ผลผลิตข้าวหอมมะลิอยู่ที่ 423 กก.ต่อไร่ ข้าวหอมจังหวัด 574 ข้าวขาวปทุมฯ 768 ข้าวเหนียว 501 กก.ต่อไร่ พื้นที่นานอกเขตชลประทาน ข้าวหอมมะลิ 369 ข้าวหอมจังหวัด 462 ข้าวขาวปทุม 627 ข้าวเหนียว384 กก.ต่อไร่

ด้านนายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย กล่าวว่า การที่กลุ่มชาวนาจะทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ให้เร่งเตรียมพร้อมและเปิดจุดรับจำนำข้าวเพิ่มขึ้นนั้น เนื่องจากขณะนี้ชาวนาเริ่มรู้สึกระแวงการดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลแล้ว เพราะมีชาวนาไม่น้อยที่ได้รับใบประทวนตามโครงการรับจำนำข้าวแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการเบิกจ่ายเงิน ซึ่งตามขั้นตอนจะสามารถเบิกจ่ายเงินได้ภายใน 7 วัน หลังได้รับใบประทวน เรื่องนี้เมื่อถามไปยัง ธ.ก.ส.ก็ไม่ได้คำตอบ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

สำหรับกรณีที่มีชาวนาบางกลุ่มเร่งให้มีการเตรียมพร้อมและเปิดจุดรับจำนำข้าวเพิ่มขึ้นนั้น เพราะต้องการนำข้าวที่มีการเก็บเกี่ยวแล้วเข้าโครงการ จะได้ใช้เวลาในการเบิกจ่ายเงินได้ทัน ก่อนที่จะนำไปใช้ในการลงทุนปลูกข้าวรอบต่อไป แต่ทุกวันนี้รัฐบาลไม่ทำอะไรเลยในเรื่องข้าว มัวแต่เอาเวลาไปเดินสายชี้แจงเรื่องอื่นๆตามรายภาคซึ่งไม่ใช่เรื่องเพราะก็มีคณะอนุกรรมการแต่ละจังหวัดอยู่แล้ว เป็นการทำงานแปลกๆ และชักอย่างไรอยู่ หรือจะเป็นการเดินสายเพื่อเอาพ.ร.บ.นิรโทษกรรมพ่วงไปชี้แจงด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้” นายประสิทธิ์ กล่าว

อย่างไรก็ดี โครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลยังจำเป็นต้องเดินหน้าต่อจนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ จะหาวิธีแก้ปัญหาไม่ให้ชาวนาที่เข้าร่วมโครงการเดือดร้อนได้อย่างไรมากกว่า

นายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวยอมรับว่า มีการจ่ายเงินให้กับชาวนาที่นำข้าวมาเข้าโครงการรับจำนำข้าวล่าช้าจริง โดยเป็นการเบิกจ่ายในงวดวันที่ 16-30 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งทยอยจ่ายเงินให้กับชาวนา ส่วนที่มีการทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เปิดจุดรับจำนำข้าวเพิ่มขึ้นนั้น เป็นส่วนของชาวนาที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่และลำพูน เนื่องจากทั้ง 3 จังหวัดนี้มีโรงสีที่เข้าร่วมโครงการน้อยและไม่เพียงพอต่อความต้องการ

“การที่รัฐบาลจำกัดปริมาณรับจำนำข้าวไม่เกินครัวเรือนละ 3.5 แสนตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยกว่าความเป็นจริงที่ชาวนาผลิตได้มาก ประกอบกับในพื้นที่มีโรงสีที่เข้าร่วมโครงการน้อย ทำให้ต้องแย่งกันเข้าเพื่อให้ทัน ทำให้ส่วนที่เหลือชาวนาต้องนำไปขายเงินสด ซึ่งได้ราคาอยู่ที่ตันละ 8,000-9,000 บาทเท่านั้น” นายวิเชียร กล่าว

ขณะเดียวกัน ทางสมาคมยังได้ทำหนังสือผ่านกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)พิจารณาขยายเวลาโครงการรับจำนำข้าวเปลือกรอบแรก (นาปี) ที่กำหนดระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2556-28 ก.พ.2557 ออกไปเล็กน้อย เพราะชาวนาในพื้นที่ภาคกลางที่ถูกน้ำท่วมขังอยู่นั้น คาดว่าจะเริ่มกลับมาทำนาได้ประมาณช่วงปลายเดือนธ.ค.ถึงต้นเดือนม.ค. หากไม่มีการพิจารณาให้ขยายระยะเวลาออกไปก็จะทำให้มีชาวนาและข้าวจำนวนหนึ่งที่ตกไม่ทันเข้าโครงการ

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ