
ลดภาษีบุคคลธรรมดาแน่แต่รอหน่อย
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรมดาปี 2556 ที่จะเริ่มตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 ม.ค.31 มี.ค. 2557 จะปรับเปลี่ยนจากเดิม อยู่ที่ 537% ลงเหลือ 535% โดยผู้มีเงินได้สุทธิ 1.5 แสนบาทแรก จะได้รับการยกเว้นไว้เหมือนเช่นเดิม
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรมดาปี 2556 ที่จะเริ่มตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 ม.ค.31 มี.ค. 2557 จะปรับเปลี่ยนจากเดิม อยู่ที่ 537% ลงเหลือ 535% โดยผู้มีเงินได้สุทธิ 1.5 แสนบาทแรก จะได้รับการยกเว้นไว้เหมือนเช่นเดิม
เมื่อ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอร่าง พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นการปรับปรุงบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันไดจาก 5 ขั้นเป็น 7 ขั้น ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ความเห็นชอบและประกาศใช้ภายในเดือน พ.ย.นี้แน่นอน
สาเหตุที่ต้องออกเป็น พ.ร.ฎ.เพราะการปรับ โครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดาที่เป็นร่าง พ.ร.บ.ต้องใช้เวลานาน ถ้าไม่ทันหรือล่าช้า รัฐบาลจะเสนอเป็น พ.ร.ฎ.เพื่อให้โครงสร้างภาษีใหม่มีผลบังคับใช้กับเงินได้ในปีภาษี 2556 ซึ่งกระทรวงการคลังจะเสนอร่าง พ.ร.ฎ.ให้ ครม.อนุมัติและให้มีผลบังคับใช้ในเดือน พ.ย.นี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความมั่นใจว่าจะได้ใช้ภาษีอัตราใหม่” กิตติรัตน์ ยืนยัน
กิตติรัตน์ กล่าวว่า การออกกฎหมายปรับ โครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดาในลักษณะที่เป็น พ.ร.ฎ. สามารถทำได้ เพราะเป็นการผ่อนผันให้มีการจัดเก็บภาษีบุคคลธรรมดาในอัตราที่ต่ำลง
สำหรับการเพิ่มอัตราหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีจาก 6 หมื่นบาทเป็น 1.2 แสนบาทนั้น ไม่ได้อยู่ในร่างกฎหมายฉบับนี้ และขอไม่พูดในตอนนี้
หากคำนวณให้เห็นเป็นรูปธรรมสำหรับอัตราภาษีใหม่นั้นจะสามารถสรุปได้ดังนี้ ผู้ที่มีเงินได้ 2.4 แสนบาทต่อปี หรือได้รับเงินเดือน เดือนละ 2 หมื่นบาท โดยไม่มีรายได้อื่นจะยังคงไม่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแม้แต่บาทเดียว แต่จะต้องยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี
ผู้ที่มีเงินได้สุทธิ 3 แสนบาทแรก จะเริ่มเสียภาษี ที่อัตรา 5% ดังนั้นผู้มีเงินได้สุทธิที่ 3 แสนบาท เดิมเคยเสียภาษีสะสมอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท จะเสียภาษีตามอัตราใหม่แค่ 7,500 บาท ลดลง 7,500 บาท เท่ากับเสียภาษีลดลง 50% ครึ่งหนึ่งของที่เคยเสียอยู่
ผู้มีเงินได้สุทธิทั้งปี อยู่ที่ 4 ล้านบาทนั้น เดิมเคยเสียภาษีสะสม อยู่ที่ 1,035,000 บาท เมื่อใช้อัตราภาษีใหม่ที่มีการซอยขั้นให้ถี่ขึ้นและมีการปรับอัตรา ลดลงจะเสียภาษีสะสมแค่ 9.65 แสนบาท เท่ากับว่าจะเสียภาษีลดลง 7 หมื่นบาท
สำหรับความหวังของบุคคลธรรมดาที่จะได้รับการหักลดหย่อนเพิ่มขึ้นจาก 6 หมื่นบาท เป็น 1.2 แสนบาทต่อปีนั้น
สุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรจะแก้กฎหมายและออกระเบียบให้การหักค่าใช้จ่ายของผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดาเพิ่มจาก 6 หมื่นบาท เป็น 1.2 แสนบาท ให้มีผลกับรายได้ในปี 2557 ที่จะต้องยื่นแบบและเสียภาษีต้นปี 2558 การหักค่าใช้จ่ายแยกเป็น 2 ส่วน ในส่วนแรกเป็นการ หักค่าใช้จ่ายเหมาร่วมแบบเดิมไม่เกิน 6 หมื่นบาท และส่วนที่เหลืออีก 6 หมื่นบาท ให้หักได้ตามจริงตามใบกำกับเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้รับจากผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตจะมีการปรับการหัก ลดหย่อนแบบเหมาจ่ายให้ลดลง และเพิ่มการหักค่า ใช้จ่ายตามใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่วงเงินรวมยังคงเดิม ไม่เกิน 1.2 แสนบาท เพื่อจูงใจให้ประชาชน ขอใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการดึงผู้ประกอบการเข้ามาอยู่ในระบบภาษี
สุทธิชัย กล่าวว่า ในส่วนของประเภทใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะนำมาหักลดหย่อนได้ ขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้ผู้ประกอบการประเภทไหนบ้าง เช่น ค่าเติมน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าใช้จ่าย เพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อน โดยจะพยายามสนับสนุนให้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับประโยชน์ในส่วนนี้ให้มากที่สุด
ขณะเดียวกัน ก็ต้องทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการว่า การเข้ามาอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มไม่จำเป็นต้องมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ถึงจะเข้าระบบได้ แต่สามารถเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่มได้ทันที ถึงแม้รายได้ไม่ถึงตามที่กำหนด
สำหรับการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรปี 2557 ได้ให้นโยบายกับสรรพากรเขตและพื้นที่ทั่วประเทศ ให้เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการชุมนุมประท้วงรัฐบาล ส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยว ที่มีธุรกิจต่อเนื่องจำนวนมากทั้งโรงแรม ร้านอาหาร รถท่องเที่ยว ส่งผลให้การเก็บภาษีของกรมสรรพากรลดลง
อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีในเดือน ต.ค. 2556 ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ เก็บภาษีได้ 1.12 แสนล้านบาท เกินเป้า 7,000 ล้านบาท







