
ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย เผยไตรมาส 1 เบี้ยรับรวมเพิ่ม 10%
บริษัทไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย เผยไตรมาส 1 ปี 2553 เบี้ยรับรวมเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
บริษัทไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย เผยไตรมาส 1 ปี 2553 เบี้ยรับรวมเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
นายจิรวุฒิ บุญศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย(SCSMG) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทสำหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2553 มีเบี้ยประกันภัยรับ 804.5 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 10% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีเบี้ยประกันภัยรับ 731.4 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกันภัยประเภทรถยนต์มีอัตราการเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 22.5% เมื่อหักเบี้ยประกันภัยต่อแล้ว บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับสุทธิ 627 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% คิดเป็นเบี้ยประกันที่ถือเป็นรายได้ 600.1 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทยังมีเงินสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้และรายได้รับล่วงหน้าสำหรับกรมธรรม์ระยะยาวซึ่งแสดงในงบดุลส่วนของหนี้สินเป็นจำนวน 1,152.1 ล้านบาท และ 435.9 ล้านบาท ตามลำดับ
บริษัท มีค่าใช้จ่ายจากการรับประกันภัยจำนวน 415.8 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่ายหลักคือ ค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายในการจัดการสินไหมทดแทนรวมจำนวน 271.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีอัตราค่าสินไหมทดแทนต่อเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้ คิดเป็น 45.2% ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 45.6% ทำให้มีกำไรจากการรับประกันภัย 184.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8%
นอกจากนี้ บริษัท มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 26.2 ล้านบาท ลดลง 13.4% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 30.3 ล้านบาท และมีรายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น จากมูลค่าของเงินลงทุนในหลักทรัพย์แสดงในส่วนของผู้ถือหุ้น 32.2 ล้านบาท ลดลง 2.3 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากมูลค่าของเงินลงทุนในหลักทรัพย์ 34.6 ล้านบาท
บริษัท มีค่าใช้จ่ายดำเนินงานจำนวน 111.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% และมีอัตราค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อเบี้ยประกันภัยรับเป็น13.9 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีอัตราร้อยละ 13.8 และมีภาษีเงินได้จำนวน 24.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 403.6% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีภาษีเงินได้ 4.9 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากปีก่อนมีการใช้ประโยชน์จากขาดทุนสะสมทางภาษีปี 2551 ตามที่ได้เปิดเผยข้อมูลไว้แล้วในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 82.9 ล้านบาท ลดลง 23.3% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 108 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.91 บาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิต่อหุ้น 1.19 บาท







