posttoday
‘ไอแบงก์’เต้นขอพบปลัดคลัง ยันฐานะมั่นคง

‘ไอแบงก์’เต้นขอพบปลัดคลัง ยันฐานะมั่นคง

05 พฤศจิกายน 2556

ผู้บริหารแบงก์อิสลามขอเข้าพบปลัดคลังชี้แจงฐานะคุยปีนี้แก้หนี้เน่าได้ 2 หมื่นล้าน คุยสินเชื่อรออนุมัติเพียบ

ผู้บริหารแบงก์อิสลามขอเข้าพบปลัดคลังชี้แจงฐานะคุยปีนี้แก้หนี้เน่าได้ 2 หมื่นล้าน คุยสินเชื่อรออนุมัติเพียบ

นายครรชิต สิงห์สุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการกรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า ผู้บริหารธนาคารจะขอเข้าพบ นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ เพื่อชี้แจงสถานการณ์และผลดำเนินงาน หลังจากได้เข้าชี้แจงต่อทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และสำนักงาน เศรษฐกิจการคลัง (สศค.) แล้ว

นายครรชิต มั่นใจว่าธนาคารจะสามารถ แก้ไขปัญหาได้ตามแผนฟื้นฟูที่เสนอให้กระทรวงการคลังได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) การปล่อยสินเชื่อ การหาเงินฝาก การบริหารสภาพคล่อง ยกเว้นแต่เรื่องของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ที่ปัจจุบันธนาคารยังมีเงินกองทุนติดลบ 8% แม้ว่าที่ผ่านมาจะสามารถดึงเงินที่สำรองเกินไว้ประมาณ 7,000 ล้านบาท กลับเข้ามาเป็นเงินกองทุนแล้วก็ตาม

สำหรับความคืบหน้าเรื่องการแก้หนี้เอ็นพีแอลนั้น ผู้บริหารธนาคารอิสลามฯ คาดว่า ณ สิ้นปียอดเอ็นพีแอลจะอยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท หรือลดลงราว 2 หมื่นล้านบาท จากที่เคยสูงถึง 4.3 หมื่นล้านบาท ในช่วงกลางปี 2556 ถือว่าแก้ไขได้สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามแผนฟื้นฟูธนาคารว่าจะต้องแก้หนี้เอ็นพีแอลให้ได้ 6,500 ล้านบาท

“รูปแบบในการแก้หนี้ที่ธนาคารยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติจะดูที่ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าเป็นหลัก ไม่ได้ใช้วิธีการปล่อยกู้เพิ่มเพื่อเอาเงินกู้ใหม่มาจ่ายหนี้ก้อนเก่า รวมทั้งได้จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลลูกหนี้ที่กลับมาเป็น ลูกหนี้ปกติแล้วอีกอย่างน้อย 9 เดือน เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นหนี้เสียอีก” นายครรชิต กล่าว

ขณะที่ด้านการปล่อยสินเชื่อธนาคารได้เร่งรัดพนักงานให้เร่งปล่อยสินเชื่อในช่วง 2 เดือนก่อนสิ้นปีให้ได้เดือนละ 1,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีลูกค้าที่เข้ามายื่น ขอสินเชื่อและรอการพิจารณาอยู่กว่า 6,000 ล้านบาท คาดว่า ในสิ้นปียอดสินเชื่อคงค้างจะอยู่ที่ 1.1-1.2 แสนล้านบาท

ด้านเงินฝากนั้น ปัจจุบันมียอดคงค้างอยู่ 1.1 แสนล้านบาท ในส่วนนี้เป็นเงินรายย่อยประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท ที่เหลือเป็นเงินฝากของส่วนราชการและ รัฐวิสาหกิจที่ยังไม่มีการแจ้งว่าจะขอถอนเงินก่อนกำหนดแต่อย่างใด

“ผมขอยืนยันว่าธนาคารมีสภาพคล่องอยู่มากกว่า 1.81.9 หมื่นล้านบาท ถือว่าเพียงพอต่อการปล่อยสินเชื่อ และยังสามารถปล่อยกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับธนาคารเฉพาะกิจด้วยกันได้อีกด้วย” นายครรชิต กล่าว

นายครรชิต คาดการณ์ว่า ในสิ้นปีนี้ธนาคารน่าจะมีกำไรไม่น้อยกว่า 400-600 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรที่เกิดจากการแก้หนี้เสียได้เกินกว่าเป้าหมาย ทำให้เงินที่สำรองไว้กลับคืนมาเป็นกำไรได้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ