posttoday
รถไฟ

รถไฟ

04 พฤศจิกายน 2556

ช่วงนี้ดูเหมือนชีวิตของผู้เขียนจะเกี่ยวข้องกับ “รถไฟ” พอสมควร นอกจากใช้บริการรถไฟใต้ดินเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ยังได้ฟังเสียง “ชม” และ “บ่น” เกี่ยวกับทั้งรถไฟไทยและรถไฟต่างชาติด้วย

ช่วงนี้ดูเหมือนชีวิตของผู้เขียนจะเกี่ยวข้องกับ “รถไฟ” พอสมควร นอกจากใช้บริการรถไฟใต้ดินเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ยังได้ฟังเสียง “ชม” และ “บ่น” เกี่ยวกับทั้งรถไฟไทยและรถไฟต่างชาติด้วย

เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่ไปสังเกตการณ์ม็อบย่านสถานีรถไฟสามเสนมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสได้อาศัยรถไฟไทยชั้น 3 จากสามเสน มาลงที่หัวลำโพง พูดถึง ร.ฟ.ท. หรือรถไฟไทยที่อยู่คู่คนไทยมานานถึง 100 ปีว่า“โห ไม่ไหว สกปรกจริงๆ เบาะเนี่ยนั่งแทบไม่ได้ ต้องเอาหนังสือพิมพ์รองก่อน เราอุตส่าห์ซักเสื้อผ้าให้สะอาดมาซะดิบดี ขืนนั่งลงไปตรงๆ เปื้อนหมด”

แต่ปัญหาของรถไฟไทยไม่ใช่มีแค่ความสกปรกหรอกนะคะ เพราะเรื่องที่เราคุ้นกันมากในรอบปีนี้ก็คือ สถิติตกรางที่บ่อยมาก แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะซาๆ ลงไปหน่อย ก็ต้องคอยดูกันค่ะว่า หลังซ่อมครบทุกเส้นทางแล้ว ปัญหานี้จะหายไปหมดหรือไม่

จากปัญหาความสกปรกในตัวรถ และการตกรางบ่อยๆ แล้ว ร.ฟ.ท. ของเราก็ยังขึ้นชื่อมากๆ เรื่อง “ไม่ตรงเวลา” หากจะบอกว่า มาช้ายังดีกว่าไม่มา ก็คงไม่เหมาะนะคะ เพราะว่าคงไม่มีใครอยากชินชากับเรื่องแบบนี้ เดินทางไปไหนก็อยากจะประเมินเวลาการเดินทางได้บ้าง หากให้รอกันแบบ4-5 ชั่วโมง ไม่ไหวค่ะ

ฟังเสียงบ่นเรื่องรถไฟไทยมาแล้ว ก็ได้ฟังเสียง “ชมเชย” รถไฟอินโดนีเซียจากเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องอีกคน ที่เพิ่งไปเที่ยวแดนอิเหนามาค่ะ

น้องคนนี้ประทับใจกับบริการของรถไฟอินโดนีเซียเอามากๆ ชนิดที่ว่า อะไรๆ ก็ดีไปโหม้ด

เริ่มจาก “ความตรงเวลา” ที่เธอบอกว่า ไม่ต้องรอให้เสียอารมณ์ แถมพอขึ้นรถไฟไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่นั่ง สภาพแวดล้อมโดยรวมก็ดีกว่าที่คิดเอาไว้มากๆ เพราะเธอลองมาแล้วทั้งแบบโบกี้ธรรมดาและโบกี้แอร์ ซึ่งโบกี้ธรรมดาจะมีแอร์ตัวเล็กๆ ติดอยู่ด้วย ทำให้อากาศไม่ร้อน นั่งกันแบบสบายๆ

ส่วนเรื่องอาหารการกินก็อร่อยกินกันแบบร้อนๆ เพราะมีตู้เสบียงใหญ่โตจริงจัง ปรุงกัน ณ จุดเกิดเหตุเลยทีเดียว โบกี้ที่เธอนั่งจะไม่ให้พ่อค้าแม่ขายคนนอกขึ้นมาขายของบนรถ แต่จะมีบริการขายอาหารของรถไฟเอง

แต่เรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนฟังแล้วอดยิ้มไม่ได้ก็คือเรื่องที่เธอบอกว่า “รถไฟอินโดฯ ขับนิ่มจริงๆ นะพี่ หลับได้สบายๆ ไม่เหมือนรถไฟบ้านเรา เขย่าซ้ายเขย่าขวาไปตลอดทาง บางช่วงหนักๆ ทำเอาสะดุ้งตื่นเลย”

ฟังประสบการณ์นั่งรถไฟของเพื่อนร่วมงานสองสาวแล้ว ผู้เขียนเองก็เพิ่งไปใช้บริการรถไฟของญี่ปุ่นมาเหมือนกันค่ะ ทั้งรถไฟใต้ดิน บนดิน รถด่วน (จอดน้อย จ่ายหนัก) รถหวานเย็น (แบบจอดทุกสถานี) มาเมื่อเร็วๆ นี้เหมือนกัน

ผู้เขียนกับเพื่อนร่วมทางเห็นตรงกันค่ะว่า จริงๆ แล้ว บ้านเราอาจไม่ต้องถึงขนาดทุ่มงบมหาศาลสร้างรถไฟความเร็วสูงก็ได้นะคะ เอาแบบความเร็วพอประมาณ แต่สิ่งสำคัญก็คือ “ความตรงเวลา” ต้องเป๊ะจริงๆ เพราะสำคัญต่อการคำนวณเวลาการเดินทางสำหรับไปไหนมาไหน แถมคนทั่วไปก็สามารถใช้บริการได้อย่างทั่วถึงด้วย ด้วยราคาที่จ่ายไหวค่ะ และสิ่งที่ต้องผลักดันกันอย่างจริงจังน่าจะเป็น “รางคู่” ค่ะ ที่น้องที่เพิ่งไปอินโดนีเซียบอกว่า น่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถไฟอินโดฯ ไม่เป็น คุณสายเสมอ เหมือนของไทย

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน