
“เซิร์ฟฟิ่ง”แดนจิงโจ้ยอดฮิตธุรกิจผุดแข่งขัน-เจออุปสรรคเพียบ
เมื่อราว 1 ศตวรรษที่แล้ว “ดยุค คาฮานาโมคู” นักเล่นเซิร์ฟและนักกีฬาว่ายน้ำชาวฮาวาย
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
เมื่อราว 1 ศตวรรษที่แล้ว “ดยุค คาฮานาโมคู” นักเล่นเซิร์ฟและนักกีฬาว่ายน้ำชาวฮาวาย ผู้ซึ่งนับได้ว่าเป็นนักกีฬาคนประวัติศาสตร์ชื่อดังคนหนึ่งของโลกได้จุดกระแสความนิยมการเล่นกระดานโต้คลื่น หรือ “เซิร์ฟฟิ่ง” ให้กับชาวออสเตรเลีย จากการเดินทางไปประเทศเยือนแดนจิงโจ้เพื่อแสดงการว่ายน้ำและการเล่นเซิร์ฟในปี 1914 ที่เฟรชวอเตอร์ บีช ในซิดนีย์
นับจากตอนนั้นมา การเล่นกระดานโต้คลื่นเป็นหนึ่งกิจกรรมกีฬาที่ทำให้ชาวออสเตรเลีย รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปแดนจิงโจ้ให้ความสนใจอย่างมาก โดยมีคนที่ชื่นชอบเล่นเซิร์ฟทั่วประเทศราว 2.5 ล้านคน ที่แม้ว่าจะเป็นจำนวนที่น้อยกว่ากีฬาอื่นๆ แต่ก็นับเป็นกิจกรรมกีฬาที่คนให้ความสนใจมากขึ้น
“กีฬานี้กำลังได้รับความนิยมขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มเป็นกีฬาในกระแสหลักมากขึ้น และในอีก 10 ปีข้างหน้า คุณอาจจะได้เห็นการขยายตัวของกีฬานี้มากกว่าเดิม 3 เท่า จากที่เคยเห็นในช่วง 10 ปีก่อน” มาร์ค วินดอน ประธานบริหารสมาคมเซิร์ฟฟิ่งในนิวเซาท์เวลส์ กล่าว
แน่นอนว่า เมื่อความนิยมเพิ่มมากขึ้น การเกิดขึ้นของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความนิยมก็จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสอนการเล่นเซิร์ฟ และธุรกิจขายอุปกรณ์การเล่นเซิร์ฟ
เฉพาะในรัฐนิวเซาท์เวลส์ มีโรงเรียนสอนเล่นเซิร์ฟที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องถึง 35 แห่ง ซึ่งประเมินกันว่ากิจกรรมกีฬานี้ได้สร้างเม็ดเงินให้กับรัฐราว 500 ล้านเหรียญออสเตรเลียต่อปี (ราว 1.5 หมื่นล้านบาท)
หนึ่งในตัวอย่างจาก 35 โรงเรียนก็คือ “โรงเรียนแมนลี เซิร์ฟ” ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1995 และปัจจุบันมีพนักงานทั้งหมด 20 ชีวิต โดยในแต่ละปีธุรกิจจะต้องจ่ายเงิน 5 หมื่นเหรียญออสเตรเลีย (ราว 1.5 ล้านบาท) ให้กับสภาท้องถิ่นสำหรับการทำธุรกิจดังกล่าว
ขณะที่รายได้จากการสอนเล่นกระดานโต้คลื่นแบบมาตรฐาน 2 ชั่วโมง ราคาสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 70 เหรียญออสเตรเลีย (ราว 2,100 บาท) และเด็กอยู่ที่ 55 เหรียญออสเตรเลีย (ราว 1,650 บาท)
“โดยทั่วไปแล้ว ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ตื่นเต้นและท้าทาย แต่ยอมรับว่ามีหลายอย่างที่ไม่แน่นอนและคาดเดาไม่ได้ เหมือนกับสภาพอากาศที่ทำให้บางครั้งเราจำเป็นต้องปิดโรงเรียนนานนับสัปดาห์ เนื่องจากสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเล่นเซิร์ฟ นอกจากนี้เรายังต้องจ่ายเงินเพื่อเปิดโรงเรียนต่อไปอีกด้วย” นิก เจมส์ เจ้าของโรงเรียนแมนลี เซิร์ฟ กล่าว
ในขณะเดียวกัน ร้านค้าที่ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับการเล่นกระดานโต้คลื่นท้องถิ่นก็กำลังประสบปัญหาในการทำกำไรในตลาดที่มีการแข่งขันกันสูงเช่นนี้
“ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเจ้าของร้านค้าส่วนใหญ่ที่ทำธุรกิจร้านค้า จะเห็นได้ชัดว่าส่วนใหญ่ถูกกดดันอย่างหนักจากพวกบริษัทขนาดใหญ่ ในการขายสินค้าที่ค่อนข้างมีความเฉพาะ” ดอดจ์ บูธ คณบดีคณะพลศึกษา กีฬา และวิทยาศาสตร์การออกกำลังกาย ของมหาวิทยาลัยโอตาโก ในนิวซีแลนด์ ระบุ
ทิม ฮานราฮัน เจ้าของร้านอโลฮ่า เซิร์ฟ ซึ่งเป็นร้านขายสินค้าเกี่ยวกับการเล่นเซิร์ฟของคนท้องถิ่นที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่ร้านในซิดนีย์ก็เป็นหนึ่งในเจ้าของร้านที่ออกมายอมรับว่า รายได้ที่ได้รับตอนนี้ก็เพียงแค่พอใช้เท่านั้น และไม่คิดว่าจะรวยจากการทำธุรกิจนี้
“เป็นเรื่องยากมาก ไม่ใช่งานง่ายๆ เลย เพราะกำไรของการขายกระดานโต้คลื่นนั้นต่ำมาก และผมก็ได้เห็นว่าธุรกิจคู่แข่งมากมายที่มาทำแล้วก็ตายไป” ทิม กล่าว
แม้ว่าการเล่นกระดานโต้คลื่นจะได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากชาวออสซี่และนักท่องเที่ยว แต่บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกันที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องทุกแห่งจะสามารถสอดรับกับความต้องการของผู้คน และจะสามารถยืนหยัดได้อย่างเข้มแข็ง ท่ามกลางการแข่งขันทั้งจากธุรกิจขนาดเล็กด้วยกันเอง และบริษัทขนาดใหญ่ที่เข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาด







