posttoday
มุมมองการลงทุนในตราสารหนี้

มุมมองการลงทุนในตราสารหนี้

04 พฤศจิกายน 2556

เศรษฐกิจโลกปีนี้และแนวโน้มปีหน้า คาดว่าจะฟื้นตัวเป็นลำดับ จากสัญญาณการฟื้นตัวที่ค่อนข้างชัดเจนของสหรัฐอเมริกาและประเทศหลักอื่นๆ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะช้าหรือเร็วขึ้นกับอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อของแต่ละประเทศ

เศรษฐกิจโลกปีนี้และแนวโน้มปีหน้า คาดว่าจะฟื้นตัวเป็นลำดับ จากสัญญาณการฟื้นตัวที่ค่อนข้างชัดเจนของสหรัฐอเมริกาและประเทศหลักอื่นๆ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะช้าหรือเร็วขึ้นกับอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อของแต่ละประเทศ

สำหรับประเทศไทย คาดว่าสภาวะเศรษฐกิจจะมีทิศทางดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจที่ดีส่งผลให้ความต้องการใช้เงินของภาคเอกชนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ไม่เพียงแต่ภาคเอกชน ภาครัฐก็มีแผนการกู้เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ภายใน 7 ปี ดังนั้นการแข่งขันเพื่อระดมทุนจะรุนแรงขึ้น ปริมาณตราสารหนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วย

การลงทุนในตราสารหนี้ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น นักลงทุนต้องมีความเชี่ยวชาญสูง มีการวางแผนการลงทุนและปรับแผนการลงทุนระหว่างทางเพื่อให้ผลประโยชน์สูงสุด เนื่องจากเมื่อระดับดอกเบี้ยในตลาดเพิ่มขึ้น มูลค่าของตราสารหนี้จะลดลง ในกรณีที่นักลงทุนตั้งใจจะถือตราสารหนี้จนครบอายุ อาจไม่สนใจว่ามูลค่าตราสารหนี้จะลดลงช่วงก่อนที่ตราสารหนี้จะหมดอายุ แต่ประเด็นที่มองข้ามไปไม่ได้ คือ ค่าเสียโอกาสในการนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า

เทคนิคหนึ่งในการบริหารกองทุนตราสารหนี้ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น คือ การเลือกตราสารหนี้ที่ราคาจะไม่ลดลงมากเมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีแนวทางการบริหารที่หลากหลาย เช่น (1) เลือกตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floatingrate Coupon) (2) เลือกตราสารหนี้ที่มีความยาวในการหมดอายุ (Maturity Date) ที่เหมาะสม เพราะตราสารที่มีอายุต่างกันผลตอบแทนจะตอบสนองการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยต่างกัน เช่น ถ้าตลาดคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะขึ้นในอนาคต Yield ของ Bond อายุยาวจะขึ้นสูงไปแล้ว และสูงกว่า Yield ของ Bond อายุสั้นมาก ในทางตรงกันข้าม หากธนาคารกลางส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยจริงๆ Yield ของ Bond อายุสั้นจะเพิ่ม ในขณะที่ Bond อายุยาว อาจไม่เพิ่มก็ได้ หรือ (3)เลือกตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ย (Coupon) สูง เพื่อที่อัตราดอกเบี้ยนั้น จะมาทดแทนการที่ราคาตราสารหนี้ลดลงได้

การลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งเป็นตลาดที่มีความหลากหลายของตราสารน้อย ทำได้ค่อนข้างยาก ที่ผ่านมาทางออกของนักลงทุนทางหนึ่ง คือ การลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีขายในประเทศไทย ซึ่งถูกจำกัดกรอบให้ลงทุนได้เฉพาะในตราสารหนี้ที่เรตติ้งดีระดับลงทุนได้ (Investment Grade) ซึ่งค่อนข้างปลอดภัยต่อการสูญเสียจากการไม่ชำระหนี้ (Credit Risk) แต่อัตราดอกเบี้ย (Coupon) ที่ต่ำ ไม่สามารถมาชดเชยราคาตราสารหนี้ที่ปรับลดลงกรณีที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดเพิ่มขึ้นมากได้ จึงไม่แปลกที่การลงทุนในกองทุนประเภทนี้ให้อัตราผลตอบแทนที่ต่ำมากในช่วงที่ผ่านมา

นับเป็นข่าวดีอย่างหนึ่งสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสในการลงทุน เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จัดตั้งกองทุนที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูงขึ้นได้ แต่ต้องขายให้กับนักลงทุนที่เข้าข่ายเป็นผู้ลงทุนที่ไม่ใช่รายย่อย หรือ Accredited Investor (AI) เท่านั้น ทำให้นักลงทุนประเภท AI ที่มีคุณสมบัติตามกำหนด เช่น บุคคลธรรมดาที่มีเงินทุนโดยตรงในหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป มีโอกาสในการแสวงหาประโยชน์ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นได้มากขึ้น ด้วยการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตมากขึ้น โดยบริษัทจัดการจะวิเคราะห์ตราสารต่างๆ และกระจายความเสี่ยงอย่างดี ทำให้กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือชดเชยความเสี่ยงด้านเครดิตได้

ตัวอย่างเช่น Pimco บริษัทจัดการกองทุนขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงระดับโลก ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ได้ตั้งกองทุน Income Fund ที่ประสบความสำเร็จมาก โดยได้ขยายกรอบการลงทุนในตราสารหนี้ที่หลากหลาย โดยเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ย (Coupon) สูง ได้แก่ Mortgagebacked Securities, ตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง (High Yield Bonds) ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Bonds) และตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floatingrate Coupon) ทำให้กองทุนนี้ผลประกอบการดี และกองทุน Income Fund ยังมีลักษณะเด่น คือ เป็นการใช้ความสามารถของบุคลากรของ Pimco ได้อย่างทั่วถึงและมีความยืดหยุ่นในการลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลก ทำให้ Pimco สามารถเลือกลงทุนในตราสารหนี้ที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละสภาวการณ์ได้

กล่าวโดยสรุป การลงทุนในตราสารหนี้ช่วงอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นมีโอกาสสร้างผลตอบแทนให้สูงขึ้นได้ แต่เงื่อนไขความสำเร็จอยู่ที่ความหลากหลายของตราสารที่สามารถเลือกลงทุน ความเชี่ยวชาญของนักลงทุนในตราสารหนี้แต่ละประเภทในการตอบสนองต่ออัตราดอกเบี้ยปัจจุบันและในอนาคต ดังนั้นการให้มืออาชีพ เช่น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่มีความชำนาญมาช่วยจัดการให้ ย่อมช่วยให้ได้ผลตอบแทนที่ดีได้

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69