
แห่เช็กเครดิตหนี้เสียเพิ่มอีกส่อแววจ่ายช้า
เครดิตบูโรส่งสัญญาณหนี้เน่า ลูกค้าชำระหนี้เดือนเว้นเดือนเพิ่มขึ้น ด้านแบงก์แห่ตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรถี่
เครดิตบูโรส่งสัญญาณหนี้เน่า ลูกค้าชำระหนี้เดือนเว้นเดือนเพิ่มขึ้น ด้านแบงก์แห่ตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรถี่
นายสุรพล โอภาสเสถียร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มลูกหนี้ที่เริ่มผิดนัดชำระหนี้และค้างชำระไม่ถึง 3 เดือน มีเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 6% เช่น ชำระหนี้เดือนเว้นเดือน แม้ยังไม่ถือว่าเป็นหนี้เสียเพราะยังไม่ได้ค้างชำระติดต่อกัน 3 เดือน แต่กลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มเพิ่มเช่นเดียวกับสินเชื่อบุคคล
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นห่วงกลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งมีการวิจัยว่าทุกๆ 1 หมื่นบาท จะต้องไปจ่ายหนี้ 6,100 บาท จะมีเงินคงเหลือ 3,900 บาท ซึ่งกลุ่มนี้จะใช้ชีวิตได้อย่างไรใน 30 วัน ดังนั้นกลุ่มนี้ก็จะมีอัตราการเป็นหนี้เสียสูงเช่นกัน
อย่างไรก็ดี กลุ่มหนี้เสียของบัตรเครดิตก็ยังสามารถควบคุมได้เนื่องจากหากค้างชำระเกิน 12 เดือน ผู้ประกอบการก็จะระงับการใช้บัตรแล้ว
นายสุรพล กล่าวว่า ในรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้ มียอดการเข้ามาตรวจสอบประวัติการชำระเงินจากเครดิตบูโร 22.7 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2555 ที่มียอดการตรวจสอบข้อมูล 20.8 ล้านครั้ง หรือเพิ่มขึ้น 2 ล้านครั้ง ทั้งนี้แยกเป็นการตรวจสอบประวัติข้อมูลลูกค้าเดิม 11.7 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเท่าตัวที่อยู่ที่ 6.5 ล้านครั้ง เนื่องจากสถาบันการเงินมีนโยบายการติดตามสถานะทางการเงินของลูกค้ามากขึ้น รวมทั้งทบทวนประวัติทางการเงินลูกค้าถี่ขึ้นจากเดิมปีละครั้งก็ขยับมาเป็น 3 เดือนครั้ง เพื่อป้องกันปัญหาหนี้เสีย
ขณะเดียวกัน มีปริมาณบัญชีสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น 3 ล้านบัญชี โดยเพิ่มจากสิ้นปี 2555 ที่อยู่ที่ 66.2 ล้านบัญชี เป็น 69.6 ล้านบัญชี รวมทั้งมีอัตราการอนุมัติสินเชื่อไม่เกิน 40% ของปริมาณที่ยื่นขอสินเชื่อ
สำหรับสถานการณ์หนี้ด้อยคุณภาพ (เอ็นพีเอ) ในระบบยังอยู่ที่ 3% โดยเอ็นพีแอลของสินเชื่อรถยนต์อยู่ที่ 1.51.7% สินเชื่อส่วนบุคคล 2% สินเชื่อบัตรเครดิต 2.5% และสินเชื่อบ้าน 2.3% ทั้งนี้เนื่องจากสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการให้สินเชื่อมากขึ้น และมีการติดตามดูแลแก้ไขปัญหาหนี้เสียอย่างใกล้ชิด
“ที่สำคัญพบว่าสถาบันการเงินต่างประเทศหากลูกหนี้มีปัญหาการค้างชำระ 3 เดือน ก็จะขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ (เอ็นพีแอล) แล้ว จึงทำให้ยอดหนี้เสียในระบบธนาคารพาณิชย์มีอัตราไม่เพิ่มมากนัก แต่หนี้เสียจะไปโผล่กับบริษัทที่ซื้อหนี้ไปติดตามหนี้” นายสุรพล กล่าว
ทั้งนี้สถาบันการเงินจะมีการแบ่งกลุ่มการเฝ้าระวังลูกค้าเป้น 3 กลุ่มคือ 1. สีแดงคือลูกค้ามีปัญหาค้าชำระหนี้บ้างแล้ว 2. สีเหลือง คือลูกค้าไม่มีประวัติการค้างชำระหนี้ในรอบ 6 เดือน แต่ก็มีจำนวนบัญชีสินเชื่อจากสาถบบันการเงวินเพิ่มขึ้น และ3.กลุ่มสีเขียว คือ ลูกหนี้ที่ไม่มีประวัติการค้างชำระหนี้ และจำนวนหนี้ลดลง ซึ่งกลุ่มนี้มีโอกาสที่ธนาคารจะขยายสินเชื่อให้เพิ่มเติม







