
หมดหวัง
เศรษฐกิจไทยป้อแป้ จากมูลค่าการส่งออกตกต่ำ การลงทุนชะลอตัวลง การบริโภคภายในประเทศลดวูบ รอความหวังจากการลงทุนของภาครัฐ และการท่องเที่ยวเข้ามาช่วยกระตุ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
เศรษฐกิจไทยป้อแป้ จากมูลค่าการส่งออกตกต่ำ การลงทุนชะลอตัวลง การบริโภคภายในประเทศลดวูบ รอความหวังจากการลงทุนของภาครัฐ และการท่องเที่ยวเข้ามาช่วยกระตุ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
ตอนแรกก็มีความหวังว่าฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้ จะมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเฮโลเข้ามาเมืองไทยมากเหมือนทุกปี แต่น่าจะริบหรี่ เพราะสถานการณ์การเมืองก่อให้เกิดความสงบ มีการชุมนุมในวงกว้าง คัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งผ่านวาระ 2 และ 3 สภาผู้แทนราษฎรอย่างรวดเร็วเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา เพราะเกรงว่าจะส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อกระบวนการต่อสู้คอร์รัปชั่นในประเทศไทย และทำลายกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายอย่างสิ้นเชิง
ความไม่สงบทางการเมืองในขณะนี้อาจจะยืดเยื้อ และปะทุลุกลามรุนแรงได้ จากการชุมนุมขยายวงกว้าง คนไทยหลายวงการออกมารวมพลังคัดค้าน ไม่เอาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ล้างผิดคดีทุจริต สถานการณ์อย่างนี้ นักท่องเที่ยวที่ไหนจะกล้าเข้ามาประเทศไทย
ส่วนความหวังเรื่องการอัดฉีดงบประมาณในช่วงปลายปี ก็หวังไม่ได้มากนัก แม้ว่าวันจันทร์นี้ (4 พ.ย.) นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นัดประชุมชี้แจงหัวหน้าหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ และผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายงบให้ได้ตามเป้าหมาย 7 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ผลักดันทั้งปี 2556 ให้ขยายตัวมากกว่า 4%
สถานการณ์นี้ไว้วางใจไม่ได้ ขนาดผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและเตรียมเครื่องมือในการดูแลผลกระทบในระยะสั้น
ใช่ ม็อบที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบทั้งในระยะสั้น และอนาคตของประเทศไทย ในภาวะที่มีจุดอ่อนมากมายให้นักลงทุนต่างประเทศใช้เป็นเหตุผลในการตัดสินใจว่าจะเข้ามาลงทุนหรือไม่
แม้ว่าการชุมนุมของไทยจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งและเป็นที่คุ้นเคยของต่างชาติ แต่อย่าลืมว่า เวลานี้มีหลายประเทศที่เป็นคู่แข่งและต้องการดึงเงินลงทุนออกจากประเทศไทย โดยไม่ทำให้เกิดปัญหาทางการเมือง น้ำไม่ท่วมหนัก รวมถึงนโยบายเศรษฐกิจและการลงทุนมีความชัดเจน สนับสนุนให้ทุนต่างชาติเข้าประเทศ
เราขอเรียกร้องให้ผู้นำประเทศ และผู้เกี่ยวข้อง รับฟังความคิดเห็นของคนหมู่มากของประเทศบ้าง อย่ามัวแต่ดื้อแพ่งนิรโทษกรรมสุดซอย ควรคำนึงถึงผลกระทบให้รอบด้าน และเตรียมมาตรการเพิ่มเติมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ มิเช่นนั้นไทยจะตกขบวนการเติบโตของอาเซียนและเอเชียไปอย่างไม่เห็นฝุ่น
สถานการณ์การเมืองที่ไม่นิ่ง มิใช่ทุนจากต่างประเทศจะเข้ามาลงทุนน้อยลง นักท่องเที่ยวจะหนีไปที่อื่นเท่านั้น แต่จะผลักดันนักธุรกิจไทยออกไปลงทุนสร้างฐานธุรกิจในต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดคนไทยจะมีโอกาสในการทำงานน้อยลง และเศรษฐกิจจะมีขนาดเล็กลงด้วย







