
ปตท.เออาร์กล่อมทุนนอก
ปตท.เออาร์ แจงนักลงทุนฮ่องกง-สิงคโปร์ ปัญหาการเมือง-มาบตาพุด มีทางออกที่ดี
ปตท.เออาร์ แจงนักลงทุนฮ่องกง-สิงคโปร์ ปัญหาการเมือง-มาบตาพุด มีทางออกที่ดี
นายชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (ปตท.เออาร์) เปิดเผยถึงการเดินทางไปชี้แจงนักลงทุนที่ประเทศฮ่องกงและสิงคโปร์ ว่า นักลงทุนส่วนใหญ่สอบถามสถานการณ์การเมืองในไทย ซึ่งได้ชี้แจงให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ทุกครั้งที่เกิดปัญหาจะมีทางออกที่ดี นักลงทุนไม่ต้องกังวล
สำหรับปัญหาโครงการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่ถูกระงับกิจการนั้น ขณะนี้มีการ ออกหลักเกณฑ์และแนวทางแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแล้ว คาดว่าจะชัดเจนใน 6 เดือนข้างหน้า
ขณะเรื่องการควบรวมระหว่างบริษัทในเครือ ปตท. ภายในเดือน พ.ค.นี้ จะได้ข้อสรุปของผลศึกษา โดยว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาศึกษาผลประโยชน์ของการควบรวมกิจการ เช่น การลดภาระภาษี การลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนการผลิต ตลอดจนข้อกฎหมายและปัญหาผลดีผลเสียต่างๆ ทั้งนี้จะควบรวมหรือไม่ ทางผู้ถือหุ้นจะเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย โดยหากพบว่ามีปัญหามากก็อาจจะเป็นไปได้ทั้งสองแนวทางว่าอาจจะไม่ควบรวม แต่หากผลดีมากกว่าผลเสียก็อาจจะดำเนินการ
“หากผลการศึกษาเรื่องควบรวมและปัญหามาบตาพุดชัดเจน ทาง ปตท.เออาร์ ก็มีแผนลงทุน|เพิ่มในอนาคต ตามแผนลงทุนที่กำหนดไว้ในงบลงทุนระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2553-2557 มีวงเงินลงทุนรวม 358 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.14 หมื่นล้านบาท ใน 11 โครงการ เช่น โครงการ|ปรับปรุงมาตรฐานน้ำมันระดับ 4 หรือยูโร 4 โครงการร่วมลงทุนใน|พีทีทีฟีนอล เป็นต้น” นายชายน้อย กล่าว
นอกจากนี้ โครงการใหม่ที่บริษัทจะศึกษาร่วมกับบริษัทในเครือ ปตท. ได้แก่ การขยายกำลังการผลิตฟีนอล รวมทั้งการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลสำหรับเครื่องบิน ซึ่งจะเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของสหภาพยุโรป (อียู) ที่กำหนดให้|สายการบินที่บินเข้าอียูใน 2 ปีต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
นายชายน้อยกล่าวถึงผลประกอบการปี 2553 ว่า ไตรมาสแรก กำไรสุทธิ 2,356 ล้านบาท สูงกว่าไตรมาสแรกปีก่อนที่กำไรสุทธิเพียง 1,742 ล้านบาท m







