
เล็งจัดโซนนิ่งปาล์มน้ำมัน
ประเดิมนำร่องพื้นที่ปลูก3จังหวัดภาคใต้ หวังแก้ปัญหาราคาผลผลิตทั้งระบบ
ประเดิมนำร่องพื้นที่ปลูก3จังหวัดภาคใต้ หวังแก้ปัญหาราคาผลผลิตทั้งระบบ
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมทำโซนนิ่งพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน 3 จังหวัดภาคใต้ หวังแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมัน
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ เห็นชอบให้กรมวิชาการเกษตรทำแนวทางดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปาล์มน้ำมัน โดยการกำหนดเป้าหมายในการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจ หรือโซนนิ่งปาล์มน้ำมันในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ กระบี่ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี เนื่องจากมีความพร้อมทั้งพื้นที่ปลูกและโรงงานแปรรูป
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันประมาณ 45 ล้านไร่ ได้ผลผลิตน้ำมันปาล์มประมาณ 1.2 ล้านตันต่อปี โดยเป็นการผลิตเพื่อบริโภคเป็นหลัก แต่เมื่อรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมพลังงานทดแทนอย่างจริงจัง จากน้ำมันไบโอดีเซล บี5 เป็น บี7 ทำให้มีปริมาณความต้องการใช้น้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้นอีกวันละ 2 หมื่นตัน ดังนั้นจำเป็นต้องส่งเสริมการปลูกให้มีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่ปลูก
โครงการดังกล่าวจะส่งเสริมให้มีการดำเนินการครบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยในขั้นต้นน้ำจะลดต้นทุนการผลิต เช่น การส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพันธุ์ที่ดี เพื่อให้ได้ผลผลิตมากกว่า 5 ตันต่อไร่ ชั้นกลางน้ำจะส่งเสริมให้มีสถาบันเกษตรกรรวมตัวเป็นสหกรณ์ที่มีกระบวนการแปรรูปปาล์มน้ำมันทั้งระบบ ขณะที่ปลายน้ำจะส่งเสริมให้สหกรณ์สามารถเป็นผู้จำหน่ายได้เอง
ขณะเดียวกันการรับซื้อปาล์มน้ำมันที่มีน้ำมัน 18.5% ในอัตรา 4.30 บาทต่อกิโลกรัม จากราคาต้นทุนการผลิตปาล์มน้ำมันที่ประมาณ 3.80 บาทต่อกิโลกรัม ตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายน้ำมันปาล์มแห่งชาติ (กนป.) ยังคงดำเนินการอยู่
อย่างไรก็ดี เนื่องจากเปอร์เซ็นต์น้ำมันบางรายต่ำกว่ามาตรฐานจึงไม่สามารถขายได้ในราคาดังกล่าว ดังนั้นสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. จึงได้ให้ทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยปาล์มน้ำมันพันธุ์ที่ให้ผลผลิตปาล์มน้ำมันสูงกว่า 5 ตันต่อไร่ และมีค่าน้ำมันสูงกว่า 25% และพร้อมจะดำเนินการกระจายพันธุ์ปาล์มดังกล่าวสู่เกษตรกร และคาดว่าจะขยายพันธุ์ได้อีกกว่า 1 แสนต้น ภายในปีหน้าเพื่อเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันภายในประเทศให้สูงขึ้น







