
ตลท.-โบรกรับรองระบบซื้อขาย
ตลท.เข้มความปลอดภัยอาคารประสานงานตำรวจพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน ลั่นระบบพร้อมทุกสถานการณ์
ตลท.เข้มความปลอดภัยอาคารประสานงานตำรวจพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน ลั่นระบบพร้อมทุกสถานการณ์
นายบดินทร์ อูนากูล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานบริหาร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ ตลท.ในฐานะเป็นองค์กรกึ่งราชการได้มีการเตรียมความพร้อมในด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยต่างๆ ในด้านการดูแลภายในตัวอาคารเพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะมีแนวโน้มต่อไปอย่างไร
ทั้งนี้ ยังได้ติดต่อขอความสนับสนุนล่วงหน้าจากสถานีตำรวจที่อยู่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงคือ สน.ลุมพินีและคลองเตย ให้เตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือ หากเกิดเหตุฉุกเฉินจำเป็นต้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลความปลอดภัย
สำหรับระบบการซื้อขายของ ตลท.ในขณะนี้ไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการใด เนื่องจากปัจจุบัน ตลท.มีแผนสำรองในภาวะฉุกเฉิน BCP ที่มีความพร้อมรองรับในกรณีที่มีการตัดไฟฟ้าได้หรือเหตุการณ์อื่นที่อาจกระทบการซื้อขาย
“แม้ว่าจุดที่มีการชุมนุมจะอยู่ห่าง แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เคยผ่านเหตุการณ์ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองมาก่อน ตอนนี้ได้สั่งเตรียมพร้อมให้มีมาตรการดูแลความปลอดภัยเพิ่มตามปกติของตัวอาคาร และจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัย แต่คนนอกที่เข้ามาติดต่อธุระที่ตลาดหลักทรัพย์ยังเข้าออกได้ตามปกติ เพราะเรามีระบบดูแล ส่วนระบบซื้อขายไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะมีแผน BCP พร้อมรองรับทุกสถานการณ์” นายบดินทร์ กล่าว
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า ระบบการซื้อขายของโบรกเกอร์ทั้งหมดไม่น่าเป็นห่วง เพราะหลังจากบริษัทหลักทรัพย์แต่ละแห่งผ่านประสบการณ์มาหลายครั้ง ก็มีการทดสอบระบบแบ็กอัพหรือมีการลงทุนเพิ่มเติม
“เวลานี้โบรกเกอร์มีหน้าที่ต้องบอกนักลงทุนว่า ให้รู้ว่าหุ้นที่ปรับตัวลงเกิดจากความกังวลทางการเมืองเท่านั้น พื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนยังดีอยู่ มีความสามารถทำกำไรสูง” นางภัทธีรา กล่าว
ด้าน บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) หรือ TSTH พลิกมีกำไรสุทธิ 111 ล้านบาท ไตรมาส 3 จากช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุน 300 ล้านบาท
บริษัท ไทยออยล์ (TOP) มีกำไรสุทธิ 7,608 ล้านบาท ลดลงประมาณ 24% จากไตรมาส 3 ปีก่อน รวม 9 เดือนกำไรสุทธิ 10,407 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน







