
คุมขายทองออนไลน์
สั่งเพิ่มทุนจดทะเบียนทุกร้านป้องกันฉ้อโกง หวั่นเก็งกำไรทองกระดาษทำเศรษฐกิจพัง
สั่งเพิ่มทุนจดทะเบียนทุกร้านป้องกันฉ้อโกง หวั่นเก็งกำไรทองกระดาษทำเศรษฐกิจพัง
พาณิชย์ผนึก ธปท.สมาคมค้าทอง คุมเทรดทองออนไลน์ ตะลึงยอดซื้อขายทะลุล้านล้านบาท
นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการหารือเพิ่มเติมกับตัวแทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมค้าทองคำ ได้ข้อสรุปว่า จะทบทวนการเพิ่มทุนจดทะเบียนของนิติบุคคล รวมทั้งออกมาตรการให้ร้านทองคำทั่วประเทศมาขึ้นทะเบียนผู้ค้าทองกับกรมการค้าภายใน เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามการซื้อขายทองคำทั้งระบบของประเทศอย่างใกล้ชิด
นายยรรยง กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปดูแลร้านค้าทอง โดยเฉพาะการซื้อขายเก็งกำไรในระบบออนไลน์ รวมทั้งการซื้อขายทองในรูปของตั๋วสัญญาแทนส่งมอบทองคำกันจริงๆ เพราะแต่ละปีการซื้อขายทองคำมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท สูงกว่าสัดส่วนการนำเข้าที่มีมูลค่าแค่ 3 แสนล้านบาทเท่านั้น
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า มีการจดทะเบียนนิติบุคคลผู้ค้าทองคำทั้งสิ้น 1,866 ราย ซึ่งบางรายมีทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท แต่กลับมีมูลค่าการซื้อขายทองคำต่อวันสูงถึง 100 ล้านบาท และยังพบความผิดปกติจากกรณีต่างชาติมาใช้ชื่อคนไทยจดทะเบียนนิติบุคคลด้วย
ขณะเดียวกัน ภาพรวมการซื้อขายทองคำทั้งทองรูปพรรณ ทองคำแท่ง มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อการซื้อขายทองมีการผูกติดกับตลาดต่างประเทศ จะเกิดความผันผวนได้ง่ายในเรื่องของราคา รวมทั้งเพื่อป้องกันการซื้อขายทองคำที่อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ
แหล่งข่าวจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมร่วมกระทรวงพาณิชย์ ธปท.และสมาคมผู้ค้าทองคำ เพื่อกำหนดนิยามประเภทการค้าทองในแต่ละชนิด เพราะขณะนี้การค้าทองคำบางส่วนไม่มีทองอยู่หน้าร้านเหมือนในอดีต พร้อมทั้งมีการกำหนดนิยามของผู้ค้าทองคำในรูปแบบต่างๆ และออกประกาศกระทรวงภายใต้ พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ กำหนดให้ผู้ค้าทองคำในรูปแบบต่างๆ มาจดแจ้งทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อให้สะดวกต่อการตรวจสอบของกรมการค้าภายใน
“เดิมการค้าทองจะมีการขึ้นทะเบียนนิติบุคคล แต่ในส่วนบุคคลธรรมดาไม่ได้มีการกำหนดไว้ ทำให้เป็นช่องว่างการฉ้อโกงและเก็งกำไรจากการค้าทองคำ หลังได้ข้อสรุปนิยามผู้ค้าทองแล้ว ก็จะเสนอขอความเห็นชอบให้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ อนุมัติออกประกาศต่อไป” แหล่งข่าวเปิดเผย
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ที่ผ่านมาสมาคมค้าทองคำต้องการให้กระทรวงพาณิชย์เป็นแกนนำหลักในการดูแลโบรกเกอร์ทองคำที่เปิดการซื้อขายทองคำผ่านระบบออนไลน์ เพราะในปัจจุบันมีบางบริษัทไปจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อจัดตั้งบริษัทในการค้าทองคำด้วยทุนจดทะเบียนต่ำเพียง 5 แสนบาท แต่ไม่มีการมาขึ้นทะเบียนเป็นบริษัทซื้อขายทองคำกับสมาคมค้าทองคำ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อนักลงทุนหากมีความผิดพลาดในการซื้อขายอาจไม่สามารถตรวจสอบความเสียหายได้
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า แนวคิดการดูแลค้าทอง ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับมอบหมายให้ออกประกาศเพื่อให้ผู้ค้าทองทุกรูปแบบมาจดแจ้งว่าเป็นผู้ค้าทองแบบใด ส่วนกรมการค้าภายในจะดูแลในเรื่องพฤติกรรมการค้าทองเพื่อไม่ให้เกิดการเก็งกำไรและหลอกลวงประชาชน
นายบุญเลิศ สิริภัทรวณิช กรรมการสมาคมค้าทองคำและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ออสสิริส กล่าวว่า การจัดระเบียบร้านค้าทองคำ ด้วยการขึ้นทะเบียนการเพิ่มทุนจดทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจร้านค้าทองรายเดิมไม่มีปัญหา เพราะทำธุรกิจมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ มีประวัติและรู้จักในแวดวงสมาคมค้าทองคำ อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการมีความตั้งใจในการลงทุนจริงก็ไม่ต้องกลัวที่จะต้องแสดงฐานะตัวเอง
“ขณะนี้ที่น่าเป็นห่วง คือ กลุ่มนักลงทุนหน้าใหม่ที่อาศัยช่องทางอ้างการซื้อขายทองมาจัดตั้งโบรกเกอร์เถื่อน และชักชวนให้มาลงทุนซื้อขายทองคำทางออนไลน์ ซึ่งเป็นการซื้อขายกระดาษโดยไม่มีสต๊อกทองรองรับ ซึ่งมีความเสี่ยงและอันตรายกับผู้บริโภคที่หลงเข้ามาลงทุน รวมทั้งกระทบกับภาพรวมต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วย” นายบุญเลิศ กล่าว







