
รูดปรื๊ดเซ็งการเมืองทำลายบรรยากาศการใช้จ่าย
บัตรเครดิตกระอักการ เมืองทำลายบรรยากาศปลายปี แถมโดนเกณฑ์คำนวณดอกเบี้ยใหม่ฉุดรายได้ซ้ำ
บัตรเครดิตกระอักการ เมืองทำลายบรรยากาศปลายปี แถมโดนเกณฑ์คำนวณดอกเบี้ยใหม่ฉุดรายได้ซ้ำ
นายฐากร ปิยะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส หรือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเกาะติดสถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อบรรยากาศการใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งช่วงปลายปีจะมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตค่อนข้างสูง
“ช่วงปลายปีจะเป็นช่วงที่กำลังซื้อกลับมาผ่านการท่องเที่ยว การใช้จ่ายทั่วไป การซื้อประกัน กองทุนผ่านบัตรเครดิต ซึ่งเราหวังว่าจะมาช่วยกลบการใช้จ่ายที่ชะลอตัวไปในช่วงไตรมาส 2 ได้ แต่ถ้ามีความรุนแรงจะฉุดการใช้จ่ายของคนแน่” นายฐากร กล่าว
ทั้งนี้ ในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโตขึ้นแล้วราว 12-13% และมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตรวม 1.3 แสนล้านบาท
นายฐากร กล่าวอีกว่า นอกจากความเสี่ยงทางการเมืองแล้ว ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอีกหนึ่งเรื่อง คือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. ... ที่จะกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องปรับวิธีคิดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตใหม่ โดยจะนับวันเริ่มต้นใช้สินเชื่อช้าลงกว่าเกณฑ์เดิมประมาณ 45 วัน ซึ่งจะทำให้สถาบันการเงินสูญเสียรายได้จากดอกเบี้ยไปประมาณ 45 วัน “เราคาดว่ากฎหมายนี้ผ่านได้ในปีหน้า แต่คงมีเวลาให้เราปรับตัวอีกราว 180 วัน เพื่อปรับระบบคอมพิวเตอร์ให้รองรับการคำนวณแบบใหม่ ทำให้น่าจะเริ่มบังคับใช้จริงได้ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. ซึ่งคงมีผลกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยแน่นอน เพราะลูกค้าที่ชำระขั้นต่ำของกรุงศรีฯ มีสัดส่วนถึง 55% จากฐานลูกค้ารวมและคิดเป็นสัดส่วน 65% ของสินเชื่อคงค้าง ทำให้เราคงต้องหาวิธีการเพิ่มรายได้ส่วนอื่นมาชดเชย” นายฐากร กล่าว
ด้านนางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจบัตรเครดิต บริษัทบัตรกรุงไทย (เคทีซี) ยอมรับว่า ความเสี่ยงทางการเมืองในขณะนี้เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งมองว่าหากบานปลายไปจนเกิดความรุนแรงและยืดเยื้อ คงมีผลต่อบรรยากาศการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในช่วงปลายปีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในหมวดการท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี จนถึงตอนนี้บริษัทยังเชื่อว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงปัจจัยเสี่ยงระยะสั้น"ในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของเรายังโตได้แค่ 5% ต่ำกว่าคาดที่วางไว้ 15% ทำให้เรามีการทำแคมเปญค่อนข้างแรงในไตรมาสสุดท้ายเพื่อกระตุ้นยอดใช้จ่ายให้เข้าเป้า เพราะปกติยอดใช้จ่ายในช่วงปลายปีจะสูงกว่าปกติ 30% จึงได้แต่หวังว่าจะไม่มีความรุนแรงทางการเมืองเกิดขึ้น " นางพิทยา กล่าวสำหรับผลกระทบในเชิงรายได้จากการปรับเปลี่ยนการคำนวณดอกเบี้ยตามพ.ร.บ.ธุรกิจบัตรเครดิตที่จะมีผลบังคับใชในปีหน้า บริษัทได้มีการประเมินเอาไว้แล้วแต่ไม่ขอเปิดเผย อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าผลกระทบที่ออกมาไม่รุนแรงอย่างที่คิด เพราะบริษัทมีสัดส่วนลูกค้าที่ผ่อนชำระขั้นต่ำอยู่ที่ 30% ของฐานบัตรรวมที่ 1.6 ล้านใบ ทั้งนี้ ในปีหน้าบริษัทยังมองว่ายอดการใช้จ่ายผ่านบัตรจะเติบโตได้ที่ระดับ 15% ผ่านกลยุทธ์การทำการตลาดเชิงรุกและการขยายฐานลูกค้ากลุ่มที่มีรายได้ตั้งแต่ 4 หมื่น 2 แสนบาทต่อเดือน นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนกลับมาให้ความสำคัญกับบัตรประเภทที่ทำร่วมกับพันธมิตร(cobrands)ไม่ต่ำกว่า 5 บัตร ในหมวดยานยนต์และท่องเที่ยว







