posttoday
ส่งออกอาหารปีนี้ฉิวคาดโต10%

ส่งออกอาหารปีนี้ฉิวคาดโต10%

30 เมษายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — คาดส่งออกอาหารทั้งปีขยายตัว 10% มูลค่า 8.3 แสนล้านบาท หลังตลาดอาเซียนขยายตัว แต่แนวโน้มถึงสิ้นปีลดลง

นายอมร งามมงคลรัตน์ รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกอาหารไทยในปี 2553 คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10% มูลค่า 8.3 แสนล้านบาท เนื่องจากไทยส่งออกสินค้าไปยังอาเซียนเพิ่มขึ้น จากการปรับลดอัตราภาษีภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ทำให้อาเซียนเป็นหนึ่งใน 4 ตลาดการค้าหลักของไทย โดยไตรมาสแรกไทยส่งออกไปตลาดอาเซียนมูลค่า 4.92 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มจาก 15% เป็น 24%

ทั้งนี้ ภาวะการส่งออกอาหารโดยรวมในไตรมาสแรกยังขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อน โดยดัชนีการผลิตเพิ่มขึ้น 4.5% ขณะที่การส่งออกขยายตัว 24.2% มูลค่า 2.05 แสนล้านบาท มีสินค้าส่งออกหลักคือ ข้าว กุ้งแช่แข็งและกุ้งแปรรูป ทูน่ากระป๋อง ผักผลไม้สด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ประมาณการส่งออกสินค้าอาหารไทยในปี 2553 คาดว่าในไตรมาส 2 จะมีมูลค่า 2.01 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% ไตรมาส 3 มูลค่า 2.10 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% และไตรมาสสุดท้ายจะมีมูลค่า 2.12 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% ซึ่งเป็นการขยายตัวที่ลดลง เนื่องจากผลจากปัญหาภัยแล้ง ภาวะโลกร้อนที่จะกระทบต่อปริมาณผลผลิต เช่น ผลไม้ กุ้ง อ้อย ประกอบกับราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้พืชบางชนิดจะถูกนำมาทำพลังงาน

นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ทิศทางการส่งออกอาหารในช่วงไตรมาส 2 ถึงสิ้นปีน่าเป็นห่วง เนื่องจากในช่วงนี้ผู้นำเข้าอาหารจะต้องส่งเจ้าหน้าที่มาเจรจาการค้า แต่มีรัฐบาลกว่า 46 ประเทศ ประกาศห้ามเดินทางมาเมืองไทย ซึ่งประเทศเหล่านี้ก็เป็นลูกค้าของไทย ทำให้บรรยากาศในการเจรจาการค้าไม่คึกคัก โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)ที่ผู้นำเข้าต้องมาดูการผลิต มาเจรจาด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ งานแสดงสินค้าอาหาร 2553 (THAIFEX – World of food Asia 2010) ก็ถูกเลื่อนออกไปจากปัญหาทางการเมือง ซึ่งโดยปกติจะมีผู้เข้าร่วมออกบูธกว่า 3,000 ราย เกิดยอดขาย การจับคู่ธุรกิจภายในงานมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท ทำให้ไทยเสียโอกาสทางการค้าไป ซึ่งอาจกระทบต่อคำสั่งซื้อในช่วงไตรมาส 23 ได้ ขณะที่ปัญหาภัยแล้งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบประมาณไตรมาส 4

“ต้นปีไทยส่งออกอาหารได้เยอะเพราะยังกินบุญเก่าจากปีก่อนอยู่ แต่หลังจากนี้ทิศทางค่อยข้างน่าเป็นห่วง ซึ่งอาจะต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าได้ เพราะผลผลิตของสินค้าหลายชนิดมีแนวโน้มลดลง” นายวิศิษฎ์ กล่าว

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ประธานคณะกรรมการธุรกิจเกษตรและอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงต่ออุตสาหกรรมอาหารในปีนี้ ได้แก่ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อพืชพลังงาน อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่า ภาวะโลกร้อนที่จะทำให้เกิดมาตรการกีดกันทางการค้า เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ