
แฟรนไชส์ไทยไปเออีซีด้วยทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ (ตอน 5)
แฟรนไชส์ไทยไป AEC ด้วยทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ (ตอน 5)แบรนด์ “Moly Care” ธุรกิจแฟรนไชส์ศูนย์บริการล้างรถแบบครบวงจรของไทยที่ประกาศก้องว่าเป็น “More Than A Car Care” คาร์แคร์ไทยที่กล้าบุกโมเดิร์นเทรด มีสาขาเกือบ 60 สาขาทั่วไทยและกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า) ปัจจุบันกำลังแตกไลน์ธุรกิจไปเจาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ในห้างหรูและไลฟ์สไตล์มอลล์ต่างๆ
แฟรนไชส์ไทยไป AEC ด้วยทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ (ตอน 5)แบรนด์ “Moly Care” ธุรกิจแฟรนไชส์ศูนย์บริการล้างรถแบบครบวงจรของไทยที่ประกาศก้องว่าเป็น “More Than A Car Care” คาร์แคร์ไทยที่กล้าบุกโมเดิร์นเทรด มีสาขาเกือบ 60 สาขาทั่วไทยและกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า) ปัจจุบันกำลังแตกไลน์ธุรกิจไปเจาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ในห้างหรูและไลฟ์สไตล์มอลล์ต่างๆ
คุณกฤษฎ์ กาญจนบัตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์แลค (ไทยเยอรมัน) เล่าว่า จุดเริ่มต้นธุรกิจเริ่มจากเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์คาร์แลคจากประเทศเยอรมนี มานาน 21 ปี ซึ่งจุดเปลี่ยนเกิดในปี 2546 เมื่อจบการศึกษาจากต่างประเทศ ได้นำองค์ความรู้เชิงการบริหารจัดการ (Management Skills) เข้ามาใช้บริหารธุรกิจ เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) ที่ผู้ประกอบการต้องตอบให้ได้ว่าลูกค้าต้องการอะไร เอาลูกค้าเป็นตัวตั้ง (Customer Centric Approach) เพื่อปรับปรุงธุรกิจและบริการให้ตอบสนองความต้องการที่แท้จริง (Unmet Needs)
โดยใช้หลัก 3’C ดังนี้ คือ การวิเคราะห์ตัวเอง (C1 – Company) พบว่า จุดแข็ง คือ การเป็นธุรกิจตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยี่ห้อคาร์แลคที่ได้รับความนิยมในประเทศเยอรมนี ขณะที่มีจุดอ่อนเรื่องช่องทางการจัดจำหน่าย เพราะเพิ่งถอดออกจากห้างสรรพสินค้าเพื่อทำตลาดเอง ประกอบกับ Packaging ดูไม่ค่อยทันสมัย
การวิเคราะห์ลูกค้า (C2 – Customer) พบว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในอดีตจะมีสไตล์ DIY (Do It Yourself) นั่นคือ ลูกค้ามักซื้อไปทำรถเอง ล้างรถเองที่บ้าน โดยหาซื้อผลิตภัณฑ์ตามตลาดวรจักรและคลองถม และเมื่อลงทุนทำวิจัยตลาด (Market Research) เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค (Consumer Insight) ทำให้พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาก ผู้ใช้รถส่วนใหญ่ไม่มีเวลาดูแลรถ ไม่มีความรู้ ไม่มีอุปกรณ์ ไม่อยากเหนื่อย รถยนต์มีราคาแพงขึ้น และการดูแลรถเป็นเรื่องยากขึ้น รถยนต์ต้องการการบำรุงรักษาที่สม่ำเสมอและมีมาตรฐาน
การวิเคราะห์คู่แข่งขัน (C3 – Competitor) เมื่อศึกษาคู่แข่งในช่วงนั้น พบว่าศูนย์บริการล้างรถทั่วไปทำกันง่ายๆ อยู่ข้างถนนหรือปั๊มน้ำมัน มีเพียงเขียนป้ายว่าล้างอัดฉีด มีกะละมัง ถังน้ำ ก็ล้างรถได้แล้ว
เมื่อวิเคราะห์ทั้งตัวเอง ลูกค้า และคู่แข่งอย่างรู้เขารู้เรารอบด้าน ทำให้มองเห็นช่องว่างในตลาด เลยสร้างคาร์แคร์ที่มีรูปแบบที่ทันสมัยเพื่อมารองรับ เพราะมองว่าธุรกิจคาร์แคร์ไม่ใช่ขาย DIY แต่รถทุกคันต้องเข้าศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์แบบครบวงจร ที่จะมีทั้งคาร์แคร์ ขัดเคลือบสี ซักเบาะพรมรถยนต์ ผนึกกำลังบำรุงรักษารถยนต์ ทำให้เกิดการสร้างรูปแบบร้านต้นแบบธุรกิจแฟรนไชส์โมลี แคร์ ที่จะต้องเป็นร้านคาร์แคร์ที่ดูทันสมัย คนเห็นอยากจะเข้า n
(อ่านต่อฉบับวันพรุ่งนี้)







