
จี้รัฐชูหนังโปรโมตอาหาร
ดึงต่างชาติเที่ยวไทยลิ้มรสเมนูเด็ดเชื่อปีนี้ยอดส่งออกพลาดเป้าแน่นอน
ดึงต่างชาติเที่ยวไทยลิ้มรสเมนูเด็ดเชื่อปีนี้ยอดส่งออกพลาดเป้าแน่นอน
ส.อ.ท.จี้รัฐหนุนสร้างหนังไทยชูอาหาร ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ดึงคนเที่ยวไทย คาดส่งออกพลาดเป้า
นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ต้องการให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและกระทรวงวัฒนธรรม เร่งร่วมกันสนับสนุนสร้างภาพยนตร์ไทยที่เน้นการท่องเที่ยว พร้อมแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับอาหารไทยที่ต่างชาติชื่นชอบ เพื่อกระตุ้นให้ชาวต่างชาติมาเที่ยวและกินอาหารไทยมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถผลักดันรายได้จากการท่องเที่ยวรวมถึงยอดการส่งออกอาหารแน่นอน
“อยากให้ภาครัฐเร่งสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์ที่เน้นส่งเสริมภาพลักษณ์ทั้งวัฒนธรรม การท่องเที่ยว อาหารของไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดกันมานานแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการจริงจัง ทั้งที่เห็นความสำเร็จจากภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น เรื่อง ลอสต์อินไทยแลนด์ ของประเทศจีน ช่วยสร้างกระแสการท่องเที่ยวและอาหารให้ไทยอย่างมาก” นายวิศิษฎ์ กล่าว
ขณะเดียวกันคาดว่ามูลค่าการส่งออกอาหารปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 9.8 แสนล้านบาท ซึ่งจะไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ที่ 1 ล้านล้านบาท อย่างแน่นอน โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการส่งออกข้าวที่ลดลงมาก ส่วนยอดการส่งออกปีหน้า ขณะนี้ยังไม่สามารถตั้งเป้าได้ เนื่องจากขณะนี้การส่งออกสินค้าเกษตรต่างๆ ยังไม่นิ่ง และต้องรอตัวเลขจากสถาบันอาหารด้วย
นอกจากนี้ ด้านการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) กลุ่มอาหารตอนนี้อยู่ในภาวะทรงตัว หลังจากได้รับผลกระทบจากค่าแรงปรับขึ้น 300 บาท ซึ่งต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนผู้ประอบการเอสเอ็มอี หาตลาดในต่างประเทศมากขึ้น เช่น จัดงานเอสเอ็มอี เอ็กซ์โป และนำผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาร่วมงาน ไม่ควรให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีออกแต่งานโอท็อปเท่านั้น
ทั้งนี้ ไม่ต้องการให้ภาครัฐมองว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่มีความพร้อมไปต่างประเทศ แต่เสนอให้รัฐเปิดกว้าง โดยเชิญชวนผู้นำเข้าจากต่างชาติเข้ามาดูสินค้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทย รวมถึงสนับสนุนโครงการการบริหารจัดการเชื่อมโยงงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร หรือโครงการไทยแลนด์ ฟู้ด วัลเลย์ เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมอาหารให้สร้างมูลค่าได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประอบการเอสเอ็มอีมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นในอนาคต







