posttoday
ขอความชัดเจน

ขอความชัดเจน

25 ตุลาคม 2556

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบมาตรการเพิ่มขีดความสามารถของเอสเอ็มอีไทย

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบมาตรการเพิ่มขีดความสามารถของเอสเอ็มอีไทย ครอบคลุมกิจการ 39 ประเภท โดยจะต้องเป็นบริษัทที่มีหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 51% ลงทุนขั้นต่ำ 5 แสนบาท ให้ยื่นขอรับส่งเสริมภายในเดือน ธ.ค. 2557 หากได้รับส่งเสริมจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร

มติครั้งนี้ได้ลดการส่งเสริมกิจการเอสเอ็มอีรวม 18 กิจการ จากเดิมส่งเสริมอยู่ 57 กิจการ เหตุผลส่วนหนึ่งที่ตัดการส่งเสริมเอสเอ็มอี 18 กิจการดังกล่าว เพราะไม่ได้อยู่ในแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมใหม่ของบีโอไอ และใช้แรงงานอย่างเข้มข้น เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์เซรามิก สิ่งทอหรือชิ้นส่วน กิจการผลิตชิ้นส่วนประกอบเครื่องนุ่งห่ม รองเท้าหรือชิ้นส่วน กิจการซ่อมชิ้นส่วนยานพาหนะ อุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์ กิจการซ่อมเครื่องจักรหรืออุปกรณ์เพื่ออุตสาหกรรม เป็นต้น

ขณะที่ บีโอไอได้จัดกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ที่ได้รับส่งเสริม ได้แก่ 1.กลุ่มผลิตภัณฑ์เกษตร 2.กลุ่มอุตสาหกรรมสนับสนุน 3.กิจการเชิงสร้างสรรค์ เช่น ผ้า เครื่องนุ่งห่ม อัญมณีและเครื่องประดับ สิ่งประดิษฐ์ เครื่องเรือน ซอฟต์แวร์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ และ 4.กลุ่มกิจการบริการและสนับสนุนการท่องเที่ยว 3 ประเภท ได้แก่ โรงแรม ศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรม การสร้างภาพยนตร์หรือให้บริการแก่ธุรกิจสร้างภาพยนตร์

ผู้เขียนเห็นด้วยกับการสนับสนุนอุตสาหกรรมบางกลุ่ม ที่น่าจะต้องทำมานานแล้ว เพราะเป็นจุดแข็งของประเทศอย่างแท้จริง เช่น ผ้าทอ อัญมณีและเครื่องประดับ โรงแรม การสร้างภาพยนตร์และการบริการแก่ธุรกิจสร้างภาพยนตร์ แต่สำหรับกลุ่มที่ยกเลิกการสนับสนุน รัฐได้เตรียมมาตรการรองรับมากน้อยแค่ไหน เท่าที่เห็นขณะนี้ยังไม่เห็นความชัดเจนใดๆ

นอกจากนี้ การส่งเสริมกิจการเอสเอ็มอีตามแผนบีโอไอใหม่ยังได้รับคัดค้านจากบางอุตสาหกรรม เช่น ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ ที่มองว่าจะกระทบต่อผู้ผลิตรายเล็ก เพราะยังไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ประกอบกับความสามารถในการลงทุนด้านเครื่องจักรเพื่อทดแทนแรงงานคนนั้น เอสเอ็มอีแต่ละรายมีความสามารถไม่เท่าเทียมกัน ที่สำคัญเอสเอ็มอีส่วนใหญ่จะมีเงินทุนไม่สูงนัก

อย่างไรก็ตาม แผนการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการหันมาใช้เครื่องจักรแทนคนนั้น ถูกนำเสนอนับตั้งแต่นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท บังคับใช้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่มาตรการเยียวยาต่างๆ ล้วนยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม ล่าสุด มติ ครม.เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ยังตีกลับไปให้กระทรวงอุตสาหกรรมปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีในแต่ละมาตรการใหม่ เพื่อนำเสนออีกครั้ง

แต่ความเดือดร้อนที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องเผชิญนั้น รอไม่ได้ และจริงๆ พวกเขาเดือดร้อนมาตั้งแต่น้ำท่วมเมื่อปี 2554 แล้ว มาเจอเรื่องค่าแรง วิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐ ยุโรป ที่ยังส่งผลต่อเนื่อง ไม่รู้ว่ากว่ามาตรการต่างๆ จะประกาศใช้ จะเหลือรอดสักกี่ราย ยิ่งมาเจอแผนบีโอไอใหม่ที่ขาดมาตรการช่วยเหลือรองรับแบบนี้ เท่ากับเป็นตัวเร่งให้เอสเอ็มอีตายเร็วขึ้นอีก

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ