
ไทยส่งออกอิเหนาโต
ม.หอการค้าฯชี้มูลค่าพุ่งหลังเออีซีเตือนรายเล็กไม่พร้อมออกไปลงทุน
ม.หอการค้าฯชี้มูลค่าพุ่งหลังเออีซีเตือนรายเล็กไม่พร้อมออกไปลงทุน
คาดมูลค่าส่งออกไทยไปอิเหนาพุ่งหลังเปิดเออีซี อาหารสินค้าอุปโภคได้ประโยชน์ ชี้เอสเอ็มอีไม่พร้อมลุย
นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการวิเคราะห์การค้าและการลงทุนของอินโดนีเซียหลังปี 2558 ที่มีผลต่อไทย พบว่า เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ไทยจะมีมูลค่าการส่งออกไปยังอินโดนีเซียอยู่ที่ 27,557 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มจาก 11,154 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2556 และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 4.9% เป็น 7.8% จากการส่งออกของไทยในอาเซียนทั้งหมด 24% ในปี 2558
สำหรับสินค้าที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการส่งออกเพิ่มคือ สินค้าในหมวดอาหาร เช่น อาหารสำเร็จรูป ผลไม้แปรรูป เนื้อสัตว์แปรรูป น้ำตาล ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช สินค้าอุปโภค เช่น ของใช้ ของเล่น รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนต์ ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมไทยที่จะเสียเปรียบหลัง ปี 2558 คือ ยางพาราและปาล์มน้ำมัน เพราะอินโดนีเซียมีความได้เปรียบในเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ และมีอุตสาหกรรมกลางน้ำที่ใช้วัตถุดิบในประเทศในสัดส่วนถึง 36%
ทั้งนี้ อินโดนีเซียถือเป็นประเทศที่น่าลงทุนสำหรับนักลงทุนไทย โดยเป็นประเทศที่น่าลงทุนอันดับหนึ่งสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ เนื่องจากมีประชากรถึง 250 ล้านคน และอัตราการเติบโตของจีดีพีอยู่ที่ 6.5% สูงมากเมื่อเทียบกับไทย มีมูลค่าประมาณ 8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และหลังปี 2558 จีดีพีของอินโดนีเซียคาดว่าจะอยู่ที่ 4.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
ธุรกิจที่น่าลงทุนคือ สิ่งทอ เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของอาเซียน การแปรรูปอาหารในกลุ่มของกะทิเพราะมีวัตถุดิบมาก พลังงาน พืชอาหารและพืชอื่นๆ และอุตสาหกรรมแปรรูปยางกลางน้ำ เช่น ยางแท่ง ยางอัดก้อน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมก่อสร้างที่อินโดนีเซียจะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอีกมาก เพราะถนนน้อย การจราจรติดหนักกว่ากรุงเทพฯ
ขณะที่กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของไทย ยังไม่มีความพร้อมพอ เนื่องจากที่ตั้งของอินโดนีเซียอยู่ไกลจากไทยมาก ทั้งยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องกฎหมาย ค่าจ้างเริ่มปรับสูงขึ้น ประเทศที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการไทย คือ กัมพูชา พม่า ลาว และเวียดนาม
อย่างไรก็ตาม หากไม่มีปัญหาเรื่องระยะทาง อินโดนีเซียยังน่าลงทุน เพราะต้นทุน ค่าเช่าสำนักงานถูกกว่าหลายประเทศในอาเซียน โดยค่าเช่าสำนักงานในย่านธุรกิจอยู่ที่เดือนละ 475 บาทต่อ ตร.ม. เทียบกับไทย 750-900 บาท และพม่าที่ 1,350-1,800 บาท ส่วนค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 4,200-4,500 บาทต่อเดือน และราคาพลังงานที่ถูกเพราะมีแหล่งพลังงานเอง
อุปสรรคสำคัญคือมาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษี โดยเฉพาะการผลิตสินค้าอาหาร การติดฉลาก และปัญหาภัยธรรมชาติทุกรูปแบบ รัฐบาลและผู้ประกอบการไทยจะต้องมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอินโดนีเซีย







