posttoday
คุณภาพ-แทรกแซง

คุณภาพ-แทรกแซง

23 ตุลาคม 2556

เมื่อวันพุธที่แล้วดิฉันเล่าถึงความจำเป็นของการมีคุณภาพมาตรฐานสากลบนเวทีการค้าขายกับอาเซียนและคู่ค้าทั้งหลายของเรา วันนี้มีสินค้าอาหารอีกตัวอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคุณภาพ นั่นคือ “ข้าว”

เมื่อวันพุธที่แล้วดิฉันเล่าถึงความจำเป็นของการมีคุณภาพมาตรฐานสากลบนเวทีการค้าขายกับอาเซียนและคู่ค้าทั้งหลายของเรา วันนี้มีสินค้าอาหารอีกตัวอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคุณภาพ นั่นคือ “ข้าว”

ช่วงนี้โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลกลับมาอยู่ในกระแสความสนใจอีกครั้ง เพราะมีความไม่ชัดเจนเรื่องการเงิน ตลอดจนการขายข้าวให้แก่จีน ทางรัฐมนตรีของออสเตรเลียและคณะก็ได้แสดงความสนใจและห่วงใยเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

เพราะเขามองว่าโครงการนี้เป็นการแทรกแซงที่เร่งการผลิตข้าวเชิงปริมาณ โดยไม่เน้นคุณภาพ และอาจกระทบต่อเสถียรภาพด้านราคาในตลาดโลก

เราเคยคาดหวังว่า หากเราเก็บสต๊อกข้าวเอาไว้และลดการส่งออกไประยะหนึ่ง จะมีผลให้ราคาข้าวในตลาดโลกสูงขึ้น เราจะสามารถขายได้ราคาดีขึ้น แต่สถานการณ์จริงปรากฏว่าไม่เป็นไปตามที่ฝัน

เนื่องจากทั้งเวียดนามและอินเดียซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่เช่นเดียวกับไทย มีแนวโน้มจะมีผลผลิตข้าวสูงขึ้นในปีนี้ ดังนั้น แทนที่ราคาข้าวในตลาดโลกจะสูงขึ้น กลับน่าจะลดลงด้วยซ้ำ

ขณะเดียวกัน เมื่อเรามีโครงการรับจำนำข้าว ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนโดยเฉพาะกลุ่มที่มีพรมแดนติดกับเรา ก็สวมรอยใช้สิทธินำข้าวเข้ามาร่วมโครงการรับจำนำในไทย ข้าวที่เคยผลิตเพื่อบริโภคในประเทศของเพื่อนบ้านเหล่านั้น ถูกส่งมาร่วมจำนำในบ้านเรา ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาในท้องตลาดของเพื่อนบ้านปรับตัวสูงขึ้น

ในทางปฏิบัตินั้น เราจะตีกรอบป้องกันเพื่อนบ้านเข้ามาสวมสิทธิก็ทำได้ยาก แม้การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนจะไม่มีนโยบายเกษตรร่วมแบบสหภาพยุโรป แต่เขตแดนทางเศรษฐกิจก็สลายลงแทบหมดแล้ว สินค้าจากเพื่อนบ้าน ถ่ายเทกันได้ตลอดเวลา ดังนั้น ไม่ว่าไทยจะออกนโยบายเกี่ยวกับสินค้าอะไรออกมา ก็มีโอกาสที่เพื่อนบ้านจะร่วม “แจม”

ก่อนหน้านี้ สหรัฐและสหภาพยุโรปเองก็เคยมีนโยบายแทรกแซงราคาสินค้าอาหารและเกษตร

สหรัฐเคยขายแบบให้ผ่อนชำระระยะยาวนาน 2025 ปี วิธีดังกล่าวเหมือนการขายแบบให้เปล่า สุดท้ายสหรัฐก็ต้องยกเลิกไป เพราะโครงการเขย่าสถานภาพการเงินและการคลังของประเทศอย่างมาก

ขณะที่ในสหภาพยุโรป เคยมีโครงการรับซื้อนมและเนยมาเก็บสต๊อกเอาไว้ แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกไปเช่นกัน และพอปล่อยสินค้าออกมาจำนวนมากในครั้งเดียว ก็ทำให้ราคานมและเนยในตลาดโลกปั่นป่วน บางส่วน ถึงกับต้องเอาไปเททิ้ง

สำหรับโครงการรับจำนำข้าวของไทยอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงกว่า 2 สถานการณ์ข้างต้น เพราะเราไม่ได้มีสถานะทางการเงินการคลังดีขนาดจะขายสินค้าราคาถูกให้ตลาดโลก และแบกรับภาระขาดทุนไว้เอง

สินค้าเกษตรนั้นเป็นสินค้าที่รัฐบาลทุกประเทศให้การคุ้มครอง ปกป้อง เพราะถือว่าเกษตรกรเป็นกลุ่มที่อ่อนแอต้องการการปกป้องคุ้มครอง และยังเป็นผู้รักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โดยปกติจึงไม่มีใครขัดขวางการช่วยเหลือเกษตรกร แต่สำหรับขณะนี้ ดิฉันเห็นว่าสิ่งที่เราควรทำ คือ การถอยกลับมามองหาจุดปรับโครงการนี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะนี่กลายเป็นโครงการที่กระทบต่อสถานะการเงิน คุณภาพข้าว และพัฒนาการทางการผลิตของประเทศซึ่งจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

การช่วยเหลือนั้นต้องเสริมและต่อยอดองค์ความรู้เดิมค่ะ เพื่อสร้างให้กลุ่มเกษตรกรเข้มแข็งต่อไป ในทำนอง “สอนให้ตกปลา แต่ไม่ใช่ยื่นปลาให้” ความช่วยเหลือนั้นจึงจะยั่งยืน และได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ