
ดิจิตอล ดีทอกซ์
อดีตผู้บริหารค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ให้ความเห็นเกี่ยวกับสังคมยุคนี้ว่า ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นธรรมชาติสูง เพราะผู้คนเสพติดโลกเสมือนและอยู่กับโซเชียลมีเดียมากเกินพอดี
อดีตผู้บริหารค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ให้ความเห็นเกี่ยวกับสังคมยุคนี้ว่า ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นธรรมชาติสูง เพราะผู้คนเสพติดโลกเสมือนและอยู่กับโซเชียลมีเดียมากเกินพอดี
ถึงขั้นที่ว่า อาจต้องมีคอร์ส “ดิจิตอล ดีทอกซ์” บำบัดกลุ่มคนเหล่านี้ให้กลับมาอยู่กับความเป็นธรรมชาติและสื่อสารกับผู้คนรอบข้างให้มากขึ้นก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาต่อภาวะจิตใจ
และจะเห็นว่า ระยะหลังๆ การโฆษณาของค่ายโทรศัพท์มือถือเองก็หันมาให้ความสำคัญเรื่อง “การสื่อสารผ่านเทคโนโลยีแบบกำลังดี” หาใช่มุ่งขายแพ็กเกจโทรไม่อั้น คุยไม่ยั้งแบบที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการทำธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค
ในประเทศออสเตรเลีย มีโครงการชื่อ www.stopphubbing.com เพื่อรณรงค์ให้คนหยุดจากอาการ Phubbing หรือภาวะที่คนก้มหน้าคุยแต่กับหน้าจออุปกรณ์สื่อสารนานาชนิด แล้วเงยหน้าขึ้นมามองกันและกันมากขึ้น
นั่นเพราะการสื่อสารที่วิ่งวนบนโลกออนไลน์และพึ่งพาเทคโนโลยีมากไปนั้น ก็เหมือนการ “คุยกันมากขึ้น แต่เข้าใจกันน้อยลง” ยิ่งเมื่อความสามารถของอุปกรณ์สื่อสารที่แคปหน้าจอการพูดคุยแบบส่วนตัวแล้วนำมาเปิดเผยในที่ที่ไม่ควรเปิดเผย ก็ยิ่งเพิ่มความวุ่นวายให้ผู้คนทำอะไรโดยขาดความยับยั้งชั่งใจน้อยลง
ในโลกที่ผิดเพี้ยนธรรมชาติแบบนี้การสื่อสารแบบกำลังดี จึงน่าจะเป็นเรื่องสำคัญในยุคปัจจุบัน เพราะบางครั้งการหลุดเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนนานเกินไป ก็อาจทำให้เราหลงลืมมิตรภาพดีๆ ที่มีอยู่บนโลกแห่งความจริง ลืมการพูดคุยในวิถีทางธรรมชาติเหมือนในอดีต
ในขณะที่เราไม่สามารถเดินทางย้อนเวลากลับไปเรียกคืนมาได้อีก จริงอยู่... ที่ว่า เหรียญด้านหนึ่ง เทคโนโลยีนั้นมีประโยชน์ สร้างความตื่นตาตื่นใจ แต่ขณะเดียวกันเทคโนโลยีก็ทำให้ความสัมพันธ์อันดีล่มสลายภายในชั่ววินาทีได้เช่นกัน







