posttoday
"แฟมิลี่มาร์ท" บุกทุกช่องทางจ่อเปิดออนไลน์แค็ตตาล็อก

"แฟมิลี่มาร์ท" บุกทุกช่องทางจ่อเปิดออนไลน์แค็ตตาล็อก

22 ตุลาคม 2556

จากการที่แฟมิลี่มาร์ทอยู่ภายใต้ร่มเงาของเซ็นทรัล ผู้ดำเนินค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในไทย

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

จากการที่แฟมิลี่มาร์ทอยู่ภายใต้ร่มเงาของเซ็นทรัล ผู้ดำเนินค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในไทย และแม้ว่าจะวางเป้าหมายให้เป็นเพียงแค่เบอร์ 2 ในธุรกิจร้านสะดวกซื้อ แต่ในช่วงที่ผ่านมาแฟมิลี่มาร์ทถูกยกเครื่องให้มีภาพลักษณ์ทันสมัย มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น จึงต้องจับตาก้าวใหม่แฟมิลี่มาร์ทชนิดห้ามกะพริบตา

ณัฐ วงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท ผู้ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท เปิดเผยว่า แผนธุรกิจของแฟมิลี่มาร์ทในอุ้งมือของเซ็นทรัล บริษัทกำลังพิจารณาขยายช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะช่องทางเว็บไซต์และแค็ตตาล็อกในอีก 1-3 ปีจากนี้

การให้ความสำคัญกับการขยายช่องทางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์และแค็ตตาล็อก เนื่องจากถือว่าเป็นช่องทางจำหน่ายที่สำคัญที่จะเติบโตอีกมากในอนาคต และเป็นหมากอีกตัวหนึ่งของแฟมิลี่มาร์ท เพราะแนวโน้มของผู้บริโภคจะสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์หรือแค็ตตาล็อกเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นและอเมริกา แม้ว่าขณะนี้การสั่งซื้อในช่องทางดังกล่าวยังเล็กอยู่ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การจำหน่ายสินค้าบนเว็บไซต์และแค็ตตาล็อก แฟมิลี่มาร์ทจะเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพราะจากการศึกษากลุ่มที่สั่งซื้อส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง แต่ช่วงห้วงเวลานี้ขอโฟกัสแผนขยายสาขาแฟมิลี่มาร์ทจาก 900 สาขา เพิ่มเป็น 3,000 สาขาในปี 2560

แม้ว่าธุรกิจร้านสะดวกซื้อจะแข่งขันอย่างรุนแรง แต่ยังมีช่องว่างให้ทำตลาดอีกมาก เพราะการขยายตัวของเมืองไปในที่ต่างๆ โดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัด ขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายมากกว่าจะคำนึงถึงราคาสินค้า จึงเป็นโมเดลค้าปลีกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคเร่งรีบได้เป็นอย่างดี

“ผมยอมรับว่าเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งเป็นเบอร์ 1 ของตลาดทำได้ดี แต่แฟมิลี่มาร์ทยึดหลักแข่งกับตัวเราเอง หลังจากปัดฝุ่นใหม่ การรับรู้และภาพลักษณ์ของแฟมิลี่มาร์ทดีขึ้น ลูกค้าเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมลองเข้ามาซื้อสินค้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้า” ณัฐ กล่าว

ทั้งนี้ ด้วยจุดแข็งแกร่งของแฟมิลี่มาร์ทที่อยู่ภายใต้อุ้งมือเซ็นทรัล ซึ่งสามารถใช้ศักยภาพของโนว์ฮาวของกลุ่มผลิตภัณฑ์จากท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาหารสำเร็จรูป อาหารพร้อมทาน มาต่อยอดทำตลาดภายในแฟมิลี่มาร์ท หรือกระทั่งการผนึกกับบัตร สปอต รีวอร์ด คาร์ด เพื่อใช้สะสมคะแนน

ณัฐ กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้ เตรียมผนึกความร่วมมือกับท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ครั้งใหญ่ ส่วนกลยุทธ์การตลาดแฟมิลี่มาร์ทล่าสุดได้เดินเกมทำแคมเปญสะสมสติ๊กเกอร์ปีละ 2 ครั้ง โดยจะทำในช่วงปลายปี 1 ครั้ง เพราะเป็นช่องทางไฮซีซั่นหรือฤดูกาลจำหน่ายสินค้า ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ แต่หมัดเด็ดแฟมิลี่มาร์ทการทำแคมเปญต้องมีธีมหรือคอนเซปต์

นอกจากนี้ยังได้ประเดิมทุ่มงบ 10 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญสะสมสติ๊กเกอร์เฮลโล คิตตี้ ซื้อครบ 50 บาท รับแสตมป์ 1 ดวง สะสมและแลกของพรีเมียมเฮลโล คิตตี้ เจาะกลุ่มผู้หญิงและเด็ก โดยเริ่มระหว่างวันที่ 25 ต.ค.-24 ธ.ค.นี้ ตั้งเป้ายอดขาย2 เดือน เติบโต 15-20% และกระตุ้นการซื้อจาก 52-53 บาท เป็น 60 บาทต่อบิล หรือโต 5-10%

ขณะที่ในส่วนของมุมหนังสือภายในร้าน จะเริ่มเห็นได้ในปีหน้านี้ แต่ก็มองว่าเป็นธุรกิจที่ไม่ง่ายนัก เพราะเป็นยุคที่อีบุ๊กเริ่มเข้ามามีบทบาทยิ่งขึ้น ส่วนร้านขายยาจะเป็นลักษณะของการจับมือร่วมกับญี่ปุ่นมากกว่า เพราะเป็นธุรกิจที่ต้องมีสินค้าหลากหลาย

“กลุ่มอาหารสำเร็จรูปและเครื่องดื่ม ยังเป็นสินค้าเรือธงที่แข่งขันอย่างรุนแรงในร้านสะดวกซื้อ ขณะที่แฟมิลี่มาร์ทจะสร้างความแข็งแกร่งในกลุ่มขนมขบเคี้ยว ซึ่งจะมีการนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นคอลเลกชั่นแฟมิลี่มาร์ท อาทิ เฮลโล คิตตี้ หรือขนมสไตล์ญี่ปุ่นเข้ามาจำหน่าย เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง” ณัฐ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ