
แก้รถติด
“รถติด” เป็นปัญหาหนักอกสำหรับคนที่ต้องเดินทางไปมาในกรุงเทพฯ แต่หากมองในมุมกลับก็เป็น “โชคดี” เหมือนกันนะคะ เพราะเมื่อได้เผชิญกับอะไรที่สุดๆ ไปแล้ว การไปเจอรถติดที่ประเทศอื่นก็กลายเป็นเรื่องจิ๊บๆ
“รถติด” เป็นปัญหาหนักอกสำหรับคนที่ต้องเดินทางไปมาในกรุงเทพฯ แต่หากมองในมุมกลับก็เป็น “โชคดี” เหมือนกันนะคะ เพราะเมื่อได้เผชิญกับอะไรที่สุดๆ ไปแล้ว การไปเจอรถติดที่ประเทศอื่นก็กลายเป็นเรื่องจิ๊บๆ
ปัญหารถติดมาราธอนในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะเวลาฝนตก สิ้นเดือน ทำให้แต่ละยุคแต่ละสมัย ก็มักจะมีคนผุดไอเดียแก้ปัญหานี้กันมาตลอด หลายคนอวดว่าจะแก้ได้ภายในกี่เดือน แต่จนแล้วจนรอด พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว หรือบ้างก็จากไปไกลกว่านั้น ปัญหานี้ก็ยังเป็นสมการที่แก้ไม่ตกเสียที
ส่วนแนวคิดล่าสุดของฝั่งตำรวจที่บอกว่า น่าจะจำกัดอายุรถที่จะใช้ในกรุงเทพฯ ไม่ให้เกิน 710 ปี เพื่อแก้ปัญหานี้ แต่หลังจากที่มีฝ่ายไม่เห็นด้วยออกมาแย้ง แนวคิดนี้ก็ต้องพักลง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะพับไปตลอดกาลเหมือนกับอีกหลายๆ ไอเดียในอดีต
พูดถึงเรื่องรถใหม่รถเก่า ผู้เขียนเชื่อว่าหากคนเรามีเงินมากพอคงไม่มีใครอยากขับรถเก่าหรอกค่ะ เพราะค่าบำรุงรักษามันแพงเหลือเกิน ไม่อย่างนั้น “รถ” เท่ากับ “ลด” เพราะซื้อมาแล้ว นอกจากมูลค่าจะสาละวันเตี้ยลงแล้ว ก็ยังพ่วงเอาค่าใช้จ่ายอื่นมาอีกเพียบ
แต่รถประเภทเก่าแล้วเก่าอีกจนสมควรจะขายทิ้งเป็นเศษเหล็ก ก็อย่าฝืนเอามาวิ่งเลยค่ะ เพราะมันสร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้คนรอบข้าง
ครั้งหนึ่งผู้เขียนเคยเห็นรถกระบะของบริษัทขายวัสดุก่อสร้างรายหนึ่งย่านประชาชื่น ต้องขอบอกว่า กลัวจริงๆ ว่าจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ ประตูก็ไม่มี สนิมเขรอะ ปุปะทั้งคัน ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า วิ่งผ่านป้อมจราจรตามแยกไฟแดงแบบฉลุยมาได้ยังไง
สำหรับผู้เขียนแล้วมองว่า “คน” นี่แหละค่ะเป็นหนึ่งในต้นตอสำคัญของปัญหารถติดในกรุงเทพฯ ทั้งพวกที่วิ่งเลนเดียวตลอดไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเลน ปาดซ้ายปาดขวาตลอด ไม่รู้จักรอคอย ต้องเร่งเครื่องเต็มที่ ก่อนไปเบรกเพื่อตัดเข้าช่องทางอื่น ก่อนถึงสะพานข้ามแยก จนขวางถนนไปซะครึ่งค่อนเลน ทำให้คนอื่นต้องหยุดชะงักไปด้วย
บางพวกก็แสร้งเป็นไม่เข้าใจภาษาไทย ทั้งๆ ที่ป้ายจราจรส่วนใหญ่ก็เป็นสัญลักษณ์สากลนะคะ ทำให้กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย เมื่อเห็นเขตห้ามจอดตลอดวันมีรถสารพัดจอดแบบไม่เกรงใจใคร
ถ้าใครไม่เคยเห็น มาดูได้ที่ตลาดคลองเตยค่ะ มีป้ายขนาดมาตรฐานติดว่า ห้ามจอดตลอดแนวตลอดเวลา แต่มีรถสารพัดจอดกันแบบโต้งๆ ตั้งแต่รถเบนซ์ รถส่งของ ตุ๊กตุ๊ก มอเตอร์ไซค์ แถมเลนเดียวยังไม่พอค่ะ ล้ำกันมาจนเหลือทางให้คนอื่นที่ปฏิบัติตามกฎจราจรไปได้เพียงเลนเดียวเท่านั้น และเนื่องจากเจ้าตลาดที่ว่าอยู่ติดกับสี่แยก ความมักง่ายทำนองนี้เลยทำให้การจราจรละแวกนั้นติดหนักโดยไม่สมควรเอาเสียเลย
ส่วนฝ่ายผู้คุมกฎก็ต้องยึดมั่นในหลักปฏิบัติเหมือนกันค่ะ อะไรที่ผิดกันชัดๆ ก็ต้องจัดการกันอย่างจริงจัง เท่าเทียมกับคนใช้รถใช้ถนนทุกกลุ่มค่ะ
ดังนั้น หากคนเราทั้งผู้ขับขี่รถและผู้ควบคุมกฎรู้จักถูกผิด รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ก็น่าจะช่วยบรรเทาปัญหาจราจรลงได้พอสมควร
ส่วนฝั่งของรัฐบาลและกรุงเทพฯ เอง ก็คงต้องเร่งพัฒนาปรับปรุงระบบขนส่งมวลชนเพื่อคนส่วนใหญ่กันอย่างจริงจังและรวดเร็ว
เรื่องง่ายๆ แต่เป็นหมูเขี้ยวตันแบบนี้ มันแก้ยากจริงๆ ยังไงก็ขอเอาใจช่วยคนกรุงเทพฯ นะคะ ถ้ารถติดมากนักก็ลงเดินออกกำลังกายไปพลางๆ ค่ะ







