
เคาะแผนฯรถไฟฟ้า
รฟม.ชงแผนปี’57เดินหน้าลงทุนรถไฟฟ้า5เส้นหวังเพิ่มรายได้ล้างหนี้7หมื่นล.
รฟม.ชงแผนปี’57เดินหน้าลงทุนรถไฟฟ้า5เส้นหวังเพิ่มรายได้ล้างหนี้7หมื่นล.
บอร์ด รฟม.อนุมัติแผนงานปี 2557 เดินหน้าโครงการรถไฟฟ้า 5 สาย เพิ่มรายได้ล้างหนี้ 67 หมื่นล้านบาท
น.ส.รัชนี ตรีพิพัฒน์กุล ประธานคณะกรรมการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟม.) เปิดเผยว่า บอร์ด รฟม.เห็นชอบแผนการดำเนินงานปี 2557 โดยจะผลักดันโครงการรถไฟฟ้าที่เหลือให้สามารถเซ็นสัญญาได้ทั้งหมดในปี 2558 รวมทั้งแผนจัดหารายได้เพิ่มเพื่อลดหนี้สินคงค้างกว่า 67 หมื่นล้านบาท
นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า แผนงานในปี 2557-2558 รฟม.จะเร่งเดินหน้าทยอยเซ็นสัญญาโครงการรถไฟฟ้า 5 เส้นทางให้แล้วเสร็จเพื่อก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าให้ครบ 10 เส้นทางตามนโยบายของรัฐบาล
นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายของ รฟม. โดยก่อนหน้าได้ร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ในการพัฒนาที่ดินบริเวณศูนย์ซ่อมที่บางใหญ่ จ.นนทบุรี และบางปิ้ง จ.สมุทรปราการ ซึ่งขณะนี้ กคช.อยู่ระหว่างศึกษาแผนการลงทุน คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้
"ปี 2556 รฟม.ได้สวอปหนี้ โดยใช้โอกาสในช่วงที่เงินบาทแข็งค่า ทำให้หนี้ของรฟม.ลดลงหลายพันล้านบาท ดังนั้น ในปี 2557 ก็จะมีแผนสวอปหนี้สินหากเงินบาทแข็งค่า พร้อมทั้งปรับปรุงระบบบัญชีของรฟม.ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงด้วย"นายยงสิทธิ์ กล่าว
นายยงสิทธิ์ กล่าวว่า รายได้เชิงพาณิชย์ที่ รฟม.ได้รับเพียงปีละ 100 กว่าล้านบาทเท่านั้น โดยมาจากรายได้การให้เช่าค่าที่จอดรถ และค่าโฆษณา เพราะก่อนหน้านี้ รฟม.ได้ให้สัมปทานกับบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (บีเอ็มซีแอล) ดังนั้น รายได้ที่ได้กลับมาจึงเป็นเงินส่วนแบ่งจากการให้สัมปทานกับเอกชน
ทั้งนี้ ในอนาคต รฟม.อาจจะคิดรูปแบบการบริหารรายได้เชิงพาณิชย์ใหม่ หรือ อาจเข้าไปบริหารกิจการบางส่วนเพื่อเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ประกอบกับสัญญาสัมปทานหลังปีที่ 10 รฟม.จะได้รับค่าสัมปทานจากเอกชนเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้มีเงินเพิ่ม
“การให้บริการขั้นพื้นฐานภาครัฐต้องเจอกับนโยบายอุดหนุนและขาดทุน ซึ่ง รฟม.ขาดทุนมาตั้งแต่ต้น เพราะถือว่ารถไฟฟ้ามีผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์สูงกว่าทางการเงิน เนื่องจากช่วยลดต้นทุนการนำเข้าเชื้อเพลิง ลดเวลารถติดและลดมลพิษทางอากาศ ดังนั้น รัฐต้องช่วยหรือเปิดให้สามารถหารายได้เพิ่มได้ด้วย เช่น การพัฒนาพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้า” นายยงสิทธิ์ กล่าว
ด้านโครงการรถไฟฟ้า 5 เส้นทางที่ต้องทยอยเซ็นสัญญาคือ 1.สายสีเขียว ช่วงหมอชิตสะพานใหม่คูคต และ 2.สายสีม่วง เตาปูนราษฎร์บูรณะ 3.สายสีชมพู แครายมีนบุรี 4.สายสีส้ม ตลิ่งชันมีนบุรี และ 5.สายสีเหลือง ลาดพร้าวสำโรง







