
เงินทุนผันผวนบาทแข็งพรวด33สตางค์
ทุนสำรองลด 600 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดปล่อยเงินเหรียญสหรัฐลดการถือครอง บาทแข็งค่าพรวด
ทุนสำรองลด 600 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดปล่อยเงินเหรียญสหรัฐลดการถือครอง บาทแข็งค่าพรวด
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานฐานะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของ ณ วันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 1.716 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.374 ล้านล้านบาท ลดลง 600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.86 หมื่นล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน ซึ่งเคลื่อนไหวที่ระดับ 31 บาท/เหรียญสหรัฐ จากสัปดาห์ก่อนหน้าทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ที่ระดับ 1.72 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.39 ล้านล้านบาท
ขณะที่ฐานะซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิ (Forward) อยู่ที่ระดับ 2.16 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนที่ 2.15 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ทุนสำรองระหว่างประเทศสุทธิ ซึ่งรวมทุนสำรองในปัจจุบันและฟอร์เวิร์ด แล้ว อยู่ที่ระดับ 1.93 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
แหล่งข่าวจากนักค้าเงินวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ทุนสำรองของไทยลดลงน่าจะเป็นผลจากการเคลื่อนย้ายของเงินทุนผันผวนน้อยลง เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนรอความชัดเจนการแก้ปัญหาการหยุดทำการชั่วคราวของหน่วยงานราชการ และการขยายเพดานหนี้สาธารณะ ซึ่งมีเส้นตายในวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม มีเงินทุนบางส่วนไหลออกจากไทยประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีเม็ดเงินไหลออกจากภูมิภาคเพื่อความปลอดภัย ส่งผลให้สภาพคล่องเงินเหรียญสหรัฐในตลาดอาจจะตึงตัวขึ้นเล็กน้อย ทำให้ทางการสามารถทยอยปล่อยเงินเหรียญสหรัฐออกมาเพิ่มสภาพคล่องในตลาด และลดภาระการถือครองเงินตราต่างประเทศลงได้บ้าง โดยค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับฐานเงินหรือเงินสดหมุนเวียนในมือภาคเอกชน และเงินฝากของสถาบันการเงินที่ ธปท.ในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 1.351 ล้านล้านบาท ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 1.409 ล้านล้านบาท สะท้อนปริมาณสภาพคล่องเงินสดในระบบเศรษฐกิจลดลง ตามความต้องการจับจ่ายใช้สอยที่ชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจ
นักค้าเงินยังกล่าวอีกว่า ถ้าพิจารณาสถานการณ์ค่าเงินบาทในสัปดาห์ของความวุ่นวายและความปั่นป่วนของตลาดเงินในห้วงวิกฤตเพดานหนี้ของสหรัฐจะพบว่า ค่าเงินบาทมีการแข็งค่าขึ้น 33-38 สตางค์ ในรอบ 5 วัน ทำการตั้งแต่วันจันทร์ที่ 1418 ต.ค.ที่ผ่านมา จากระดับ 31.36 บาท/เหรียญสหรัฐ มาปิดที่ระดับ 31.03 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยมีการทดสอบที่ระดับ 30.98 บาท/เหรียญสหรัฐ
ด้านตลาดตราสารหนี้นั้น ปรากฏว่ามีเงินทุนเข้ามาลงทุนในสัปดาห์ที่ผ่านมาถึง 1.1 หมื่นล้านบาท สำหรับสถานการณ์ในระยะสั้น คาดว่าเงินบาทมีโอกาสที่จะแข็งค่า โดยมีกรอบความเคลื่อนไหวอยู่ที่ 30.85-31.50 บาท/เหรียญสหรัฐ
“ถ้าตลาดยังมองแค่ปัจจัยเดิมๆ เงินบาทก็คงอยู่แถวๆ 31 บาท/เหรียญสหรัฐก่อน ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะหลุด 31 บาท/เหรียญสหรัฐหรือไม่ เพราะมีทั้งเงินไหลเข้าและเงินไหลออกที่ค่อนข้างผันผวน จึงอยากให้ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหาทางป้องกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้น” นักค้าเงิน กล่าว







