
BMCLเพิ่มทุนสะดุด
17ต.ค.รู้ผลรฟม.ใช้สิทธิยับยั้งหรือไม่หวั่นช.การช่างพลิกหุ้นใหญ่คุมบริษัท
17ต.ค.รู้ผลรฟม.ใช้สิทธิยับยั้งหรือไม่หวั่นช.การช่างพลิกหุ้นใหญ่คุมบริษัท
BMCL สะดุดแผนเพิ่มทุน รฟม. เตรียมใช้สิทธิยับยั้งกลัวสัดส่วนหุ้นลด ช.การช่าง พลิกกุมอำนาจ
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) วันที่ 17 ต.ค. จะมีการพิจารณากรณีที่บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) จะขายหุ้นเพิ่มทุน 8,550 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาท ที่อาจทำให้ รฟม. เหลือหุ้นเพียง 14–17% ขัดกับที่ระบุใน พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน พ.ศ. 2543 ที่กำหนดว่า รฟม. ต้องถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว 25% จึงจะขอให้มีการทบทวนเรื่องนี้
“ไม่เป็นธรรมกับ รฟม. ที่ถูกลดสัดส่วนหุ้นและเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทแม่ คือ บริษัท ช.การช่าง (CK) และสถาบันการเงินเจ้าหนี้ และไม่เป็นธรรมกับ รฟม. ที่เป็นผู้ถือหุ้นเดิม” แหล่งข่าวเปิดเผย
ขณะเดียวกัน รฟม.อาจใช้สิทธิยับยั้งเพื่อให้ BMCL ระงับการขายหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวด้วย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็อาจจะส่งผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจของ BMCL ได้
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า BMCL จะมีการขายหุ้นเพิ่มทุนใน 3 ส่วน คือ 1.จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน 2,000 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนในราคาเสนอขายหุ้นละ 1 บาท โดยกำหนดอัตราการจัดสรร คือ 5.975 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่
2.จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 4,200 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด คือ บริษัท ช.การช่าง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในอัตรา 1 หุ้นสามัญต่อ 1 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 1 บาท และ 3.จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 2,350 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่เจ้าหนี้สถาบันการเงินของบริษัท ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ธนาคารธนชาต ในราคาเสนอขายหุ้นละ 1 บาท
นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ กรรมการผู้จัดการ BMCL เปิดเผยว่า ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น BMCL ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 พ.ย.นี้ เชื่อว่ามติเพิ่มทุนน่าจะผ่านไปได้ด้วยดี เพราะได้มีการทำความเข้าใจกับผู้ถือหุ้นหลักถึงความจำเป็นของการเพิ่มทุนในครั้งนี้ จะทำให้อัตราหนี้สินต่อทุนของบริษัท (ดี/อี) จาก 33 เท่า ลดเหลือ 1.4 เท่า และมีทุนในการลงทุนและดำเนินธุรกิจต่อไป
“โดยปกติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในฐานะผู้ถือหุ้น BMCL 25% มักจะงดออกเสียงในทุกวาระของการประชุมผู้ถือหุ้น และหากวาระดังกล่าวทาง รฟม. งดออกเสียงตามปกติ วาระเพิ่มทุนดังกล่าวน่าจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพราะใช้เสียงข้างมาก เว้นแต่ว่าทาง รฟม. จะใช้สิทธิไม่เห็นด้วย แต่เชื่อว่าทาง รฟม. คงจะไม่ปล่อยให้การเพิ่มทุนล้ม เพราะหากล้มจะทำให้ BMCL ไม่สามารถเดินรถได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชน” นายชัยวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ ในกรณีวาระมติเพิ่มทุนผ่านและทาง รฟม.ไม่ใช้สิทธิเพิ่มทุนก็ไม่ได้มีผลกระทบเพราะได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่นทุนเกินจำนวนสิทธิที่ได้รับ และทาง CK ในฐานะผู้ถือหุ้นสัดส่วน 24.6% แสดงความจำนงจะเข้ารับซื้อหุ้นที่เหลือจากการขาย รวมถึงในส่วนของ รฟม.ด้วย ซึ่งมีโอกาสให้ CK กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วนสูงถึง 34% และกรณี รฟม.ไม่ใช้สิทธิจะถูกผลกระทบต่อการถือหุ้น (ไดลูท) ลงเหลือ 15%
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวภายหลังการหารือกับผู้บริหาร รฟม. ว่าเรื่องนี้ให้ที่ประชุมคณะกรรมการ รฟม.หาข้อสรุป แต่จะต้องเสนอให้กระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา
“การใช้สิทธิในการยับยั้งการเพิ่มทุนนั้นจำเป็นหรือไม่ยังมีเวลาพิจารณา”







