
แบงก์จ๊ากหนี้เสียพุ่ง
ค่ายบัวหลวงเจอดีเอ็นพีแอลขึ้นทุกกลุ่มสั่งเข้มงวดปล่อยกู้ลดหนี้ลูกค้าน้ำท่วม
ค่ายบัวหลวงเจอดีเอ็นพีแอลขึ้นทุกกลุ่มสั่งเข้มงวดปล่อยกู้ลดหนี้ลูกค้าน้ำท่วม
ธนาคารเจอดีเข้าให้แล้ว หนี้เสียพุ่งทะยาน บัวหลวงเดินหน้าลดดอกเบี้ยยืดหนี้เพิ่มเงินช่วยลูกค้าน้ำท่วม
นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา ปริมาณหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารมีการปรับเพิ่มขึ้นราว 4,000 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมหนี้เสียของธนาคารขยับขึ้นจากระดับ 4.1 หมื่นล้านบาท ในช่วงสิ้นปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 4.5 หมื่นล้านบาท
นายสุวรรณ กล่าวว่า กลุ่มหนี้เสียใหม่ที่เกิดขึ้นมีการกระจายตัวอยู่ในหลายอุตสาหกรรม เช่น อสังหาริมทรัพย์ กลุ่มผู้นำเข้า ผู้ส่งออก กลุ่มโรงแรม ธุรกิจกุ้ง และสินเชื่อบุคคลบางส่วน
อย่างไรก็ดี ธนาคารยังประเมินว่า อัตราการเพิ่มขึ้นของหนี้เสียในเวลานี้ยังไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวล เนื่องจากเมื่อเปรียบเทียบกับสัดส่วนสินเชื่อของธนาคารที่ขยายตัวราว 6% ในปีนี้ ระดับหนี้เสียโดยรวมของธนาคารก็ยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 2.5% และจะพยายามรักษาไว้ให้อยู่ในระดับนี้ต่อไปจนถึงสิ้นปี
นายสุวรรณ กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจที่ธนาคารประเมินว่าอาจต้องเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลเป็นพิเศษช่วงนี้ คือ กลุ่มเกษตรพืชไร่ กลุ่มธุรกิจกุ้ง ซึ่งราคารับซื้ออาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก กลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัด รวมทั้งกลุ่มลูกค้าที่ถูกน้ำท่วมในปี 2554 ที่ยังมีผลกระทบมาถึงปัจจุบัน ซึ่งอาจถูกท่วมซ้ำสอง
นายสุวรรณ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการตรวจสอบจำนวนลูกค้าทั้งบุคคลทั่วไปและลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากปัญหาอุทกภัยในหลายจังหวัด เพื่อให้ความช่วยเหลือด้วยการยกเว้นดอกเบี้ยการผ่อนชำระและให้วงเงินสินเชื่อพิเศษเพิ่มเติมเพื่อการฟื้นฟู ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554
“ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้มีอยู่ 2-3 จังหวัด เช่น ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ซึ่งเริ่มมีลูกค้าธุรกิจขนาดเล็กบางส่วนที่ขอความช่วยเหลือเข้ามาบ้างแล้ว โดยธนาคารจะช่วยเหลือเป็นกรณีไป แต่คงไม่ถึงขั้นออกแพ็กเกจเพราะน้ำท่วมในปีนี้ผลกระทบคงไม่รุนแรงและกินเวลาไม่นานเหมือนครั้งก่อน และคงไม่ถึงขั้นมีหนี้เสียเพิ่มขึ้น” นายสุวรรณ กล่าว
แหล่งข่าวจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการสั่งการให้สาขาและศูนย์ธุรกิจเพิ่มความรัดกุมในการตรวจสอบและการอนุมัติสินเชื่อให้กับลูกค้าในแทบทุกกลุ่มที่เข้มข้นขึ้นกว่าปกติ ทั้งสินเชื่อการเกษตร สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อธุรกิจ
ขณะที่นายมนูญรัตน์ เลิศโกมลสุข กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยผลดำเนินงานว่า ในสิ้นปี 2556 ธนาคารน่าจะมีกำไร 500 ล้านบาท จากสิ้นเดือน ก.ย. ที่มีกำไรกว่า 200 ล้านบาท และหากสิ้นปีได้เงินเพิ่มทุนจากกระทรวงการคลังอีก 2,000 ล้านบาท จะทำให้สัดส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงขยับขึ้นมาอยู่ในระดับสูงกว่า 8.5% จากปัจจุบันอยู่ที่ 7% ซึ่งจะทำให้ธนาคารสามารถออกจากแผนฟื้นฟูได้
นอกจากนี้ ธนาคารมีแผนระดมทุนมาเสริมสภาพคล่องโดยว่าจ้างที่ปรึกษาออกตราสารหนี้ เพื่อระดมทุนราว 5,000-1 หมื่นล้านบาท ปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า
นายมนูญรัตน์ กล่าวว่า ธนาคารจะต้องลดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลงให้เหลือ 2.8 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบัน 3.1 หมื่นล้านบาท โดยจะเร่งปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดหนี้เสียลงเดือนละ 1,000 ล้านบาท







