
จีนมาดใหม่
จีนเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นของพม่ามาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะก่อนหน้าที่พม่าจะเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย เพราะหันไปทางไหนก็ถูกคว่ำบาตรจากนานาประเทศ
จีนเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นของพม่ามาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะก่อนหน้าที่พม่าจะเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย เพราะหันไปทางไหนก็ถูกคว่ำบาตรจากนานาประเทศ
แต่ดูเหมือนเมื่อพม่าเปิดประเทศสถานการณ์ของจีนกลับตาลปัตร แทนที่จะได้เปรียบในฐานะมิตรที่คุ้นเคย ภาวะอึมครึมระหว่างจีนและพม่าสะท้อนจากบรรยากาศธุรกิจที่ออกอาการสะดุดเป็นระยะๆ ในอุตสาหกรรมพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงเหมืองทองแดงของบริษัทจีนหลายระลอกในเมืองโมนยะวา รวมถึงการระงับโครงการเขื่อนมิตโซนในรัฐคะฉิ่นที่ใช้เงินลงทุนจากจีน เพราะถูกชาวบ้านคัดค้านอย่างหนัก
ขณะที่เมื่อดูตัวเลขการลงทุนจากจีนในพม่าก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยในปีงบประมาณ 2555 ที่สิ้นสุดเดือน มี.ค.ปีนี้ เม็ดเงินลงทุนของจีนในพม่าอยู่ที่ 407 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับในช่วงปี 2551-2554 ที่อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในพม่า ทั้งการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากการเข้ามาของประเทศอื่นๆ และการที่รัฐบาลพม่าต้องฟังเสียงของประชาชนมากขึ้น ทำให้ทุนจีนต้องเร่งปรับตัวและกู้ภาพลักษณ์กลับคืน
ดูอย่างกรณีของ “วันเปา ไมนิ่ง” บริษัทเหมืองทองแดงของจีนที่ถูกต่อต้านจากคนในพื้นที่จนต้องระงับการดำเนินงาน เพราะชาวบ้านเกรงปัญหาเรื่องมลพิษและส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ก็พยายามฟื้นความสัมพันธ์กับชุมชนโดยรอบและรัฐบาล
ก่อนหน้านี้ บริษัทปรับเงื่อนไขในข้อตกลงฉบับใหม่ โดยยอมลดส่วนแบ่งกำไรเหลือ 30% จากเดิม 51% และลดสัดส่วนที่ให้กับบริษัทพันธมิตรท้องถิ่น “ยูเนียน ออฟ เมียนมาร์ อีโคโนมิก โฮลดิ้งส์” ที่มีนายทหารพม่าหนุนหลังเหลือ 19% จากเดิม 45% เพื่อนำไปเพิ่มสัดส่วนให้รัฐบาลพม่าเป็น 51% เพิ่มจากที่เคยให้แค่ 4%
นอกจากนี้ วันเปาฯ ยังยอมจ่ายเงินชดเชยแก่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสูญเสียพื้นที่ทำกิน พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะจัดสรรเงินอีกปีละกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อนำไปลงทุนด้านสังคมในแถบพื้นที่ชุมชนโดยรอบเหมือง และแบ่งเงิน 2% ของผลกำไร สำหรับใช้ในโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม (ซีเอสอาร์) อีกด้วย
วอลสตรีท เจอร์นัล หยิบยกโครงการคลินิกเคลื่อนที่ให้บริการแก่ชาวบ้านใน 2 หมื่นหมู่บ้านใกล้เคียง โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เพราะประชาชนแถบนั้นไม่สามารถเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ได้มากนัก แต่คลินิกเคลื่อนที่มีทั้งหมอและอุปกรณ์การแพทย์เข้าไปให้บริการชาวบ้านฟรี
ขณะเดียวกันบริษัทก็ให้น้ำหนักกับการสร้างโรงเรียนและเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของรัฐบาล เพื่อให้ชาวบ้านมีไฟฟ้าใช้
ยุน ซุน อาจารย์จากสติมสัน เซ็นเตอร์ ตั้งข้อสังเกตว่า การปรับสัดส่วนผลกำไรลดลงมากๆ ไม่ใช่เรื่องที่นักลงทุนต่างชาติจะยอมทำง่ายๆ และถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมากสำหรับบริษัทจีน
ปัจจุบันจีนตระหนักว่ากำลังได้รับผลกระทบจากในพม่า เพราะรู้สึกได้ว่าคนท้องถิ่นไม่ปลื้มกับสิ่งที่บริษัทจีนทำ จึงต้องหันมาฟังเสียงชาวบ้านมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังมีชาวบ้านบางคนที่คัดค้านโครงการนี้ เพราะสร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและกังขาว่าจะเป็นแค่การบรรเทาแรงต้าน แต่ก็เริ่มมีชาวบ้านบางส่วนที่ยอมรับการหยิบยื่นเรื่องการศึกษาและสาธารณสุขที่ดีให้กับชุมชน







