posttoday
เดินหน้าฟ้องกสทช.

เดินหน้าฟ้องกสทช.

11 ตุลาคม 2556

กสทฯยื่นศาลปค.ยกเลิกต่ออายุคลื่น1800ชี้ขัดกฎหมายทำสูญรายได้2.75แสนล้าน

กสทฯยื่นศาลปค.ยกเลิกต่ออายุคลื่น1800ชี้ขัดกฎหมายทำสูญรายได้2.75แสนล้าน

กสทฯ อัด กสทช.ต่ออายุคลื่น 1800 กฎหมายสูญรายได้ 2.75 แสนล้านบาท เดินหน้าฟ้องศาลปกครอง

การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสท โทรคมนาคม เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติค่าธรรมเนียมศาลมูลค่า 280 ล้านบาท เพื่อใช้ในการฟ้องร้องต่อศาลปกครองเรียกค่าเสียหายจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และขอยกเลิกเพิกถอนมติ กสทช. ที่ออกประกาศ เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการกรณีสิ้นสุดสัมปทาน หรือสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ 2556 ซึ่งได้ประมาณการว่าจะทำให้ กสทฯ เสียหายสูงถึง 2.75 แสนล้านบาท

ด้านมูลค่าความเสียหายดังกล่าวคำนวณจากการนำอัตรารายได้เฉลี่นต่อเลขหมายต่อเดือน (Arpu) ของ กสทฯ ที่มีอัตราขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 200-300 บาทต่อเดือน คูณด้วยจำนวนผู้ใช้บริการทั้ง 17 ล้านเลขหมาย และคิดรวมไปกับรายได้ไปจนถึงการสิ้นสุดใบอนุญาตของ กสทฯ ในปี 2568 หรือประมาณ 1-2 ปี ที่สามารถให้บริการ 3จี ภายใต้แบรนด์ “มาย” ของ กสทฯ เอง

ดังนั้น จึงถือว่าประกาศดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงทำให้ กสทฯ เสียผลประโยชน์จากการที่ลูกค้ากว่า 17 ล้านราย ภายใต้สัญญาสัมปทานคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ยังคงอยู่ในความดูแลของ บริษัท ทรูมูฟ และดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) แทนที่จะเข้ามาอยู่ในระบบ กสทฯ ทั้งที่สัมปทานสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา

นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสทฯ กล่าวว่า ประกาศ กสทช. ดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย 3 ประเด็น คือ 1.ประกาศดังกล่าวกำหนดให้เจ้าของสัมปทาน คือ กสทฯ และผู้รับสัมปทาน คือ ทรูมูฟและดีพีซีเป็นผู้ให้บริการต่อไปในช่วงประกาศดังกล่าว ทั้งที่ผู้รับสัมปทานมีข้อจำกัดของกฎหมายในการให้บริการตามมาตรา 80 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยสรุปสิทธิการบริหารจัดการของผู้รับสัมปทานต้องหมดลงตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา

2.ประเด็นการใช้คลื่นความถี่ที่จะไม่ขัดต่อมาตรา 46 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยระบุว่า ผู้รับสัมปทานสามารถบริหารคลื่นความถี่ได้เฉพาะในช่วงที่อยู่ในสัมปทานเท่านั้น ทรูมูฟและดีพีซีจึงไม่มีสิทธิในการนำคลื่นดังกล่าวมาบริหารจัดการแต่อย่างใด และ กสทฯ มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวเพราะเป็นผู้รับใบอนุญาต

3.กรณีประกาศดังกล่าวเร่งรัดให้โอนย้ายลูกค้าออกจากระบบ ทำให้ กสทฯ เป็นผู้เสียหายโดยตรง เนื่องจากลูกค้าทั้งหมดภายใต้สัญญาสัมปทานราว 17 ล้านเลขหมาย จะต้องย้ายมาอยู่ในระบบมายของ กสทฯ แทน และยังไม่เป็นไปตามประกาศบริการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ทิบิลิตี) ที่ระบุให้มีการโอนย้ายแบบยินยอมสมัครใจเท่านั้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเรื่องการจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปี 2556 ประมาณ 2,412 ล้านบาท โดยมีรายได้ 2.5 หมื่นล้านบาท กำไร 8,240 ล้านบาท โดยจะนำเงินปันผลส่งคืนกระทรวงการคลังภายในเดือน ต.ค.นี้

“ปีนี้เป็นปีแรกในรอบ 5 ปีที่ กสทฯ ไม่ติดลบเรื่องรายได้ หลังจากขาดทุนมาโดยตลอด 4 ปี” นายกิตติศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ในอีก 34 ปีข้างหน้า กสทฯ จะเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยปี 2557 ตั้งเป้ารายได้ 4.6 หมื่นล้านบาท กำไรประมาณ 1,200 ล้านบาท และปี 2558 จะเติบโตถึง 25% หรือมีกำไร 2,700 ล้านบาท ส่วนรายได้จากธุรกิจสื่อสารไร้สาย (ไวร์เลส) โดยเฉพาะรายได้ที่เกิดจาก บริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) ผู้ติดตั้งโครงข่ายทรูมูฟเอช จะทำให้มีรายได้รวมทั้งโครงการ 2.4 หมื่นล้านบาท กำไร 4,000 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท