
ชูกระจายลงทุนหุ้นทั่วโลก
แอสเซทพลัสออกกองใหม่รับภาวะผันผวนกสิกรมองหนี้สหรัฐลงตัวทุบราคาทอง
แอสเซทพลัสออกกองใหม่รับภาวะผันผวนกสิกรมองหนี้สหรัฐลงตัวทุบราคาทอง
แอสเซท พลัส มองเศรษฐกิจโลกฟื้น ส่งกองทุน STAR7 ซื้อหุ้นทั่วโลก “กสิกร” แนะจับจังหวะทอง
นายสุพงศ์วร เมี้ยนโภคา ผู้จัดการกองทุนอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า บริษัทมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโลกจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรกและมีแนวโน้มจะเติบโตต่อ ทำให้ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้บริษัทยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นมากกว่าหลักทรัพย์อื่น แม้ตลาดหุ้นโลกจะมีความผันผวนจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น เพดานหนี้สหรัฐ และทิศทางนโยบายการคลังสหรัฐ
“หุ้นยังเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้ดีในระยะยาว โดยเฉพาะตลาดหุ้นของประเทศและภูมิภาคเศรษฐกิจหลักของโลกที่ฟื้นตัวโดดเด่น ได้แก่ สหรัฐ แม้จะมีความเสี่ยงจากปัญหาเพดานหนี้สาธารณะในระยะสั้น” นายสุพงศ์วร กล่าว
นอกจากนี้ กลุ่มยุโรปส่งสัญญาณฟื้นตัวจากการผ่อนคลายความกังวลการผิดนัดชำระหนี้และภาคการธนาคาร ขณะที่มูลค่าราคาหุ้นยังอยู่ในระดับต่ำ ส่วนญี่ปุ่นยังได้ผลดีจากมาตรการกระตุ้นและปฏิรูปเศรษฐกิจ ส่วนความกังวลว่าจีนจะชะลอตัวรุนแรงเริ่มลดลง เนื่องจากรัฐบาลคงระดับการเติบโตของเศรษฐกิจไว้ที่ 7.5%
นายสุพงศ์วร กล่าวว่า ปัจจุบันการลงทุนในหุ้นเพียงตลาดเดียวจะทำให้ผู้ลงทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดสูงกว่าการกระจายการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับการลงทุนในหุ้นต่างประเทศช่วงนี้ คือ การเลือกตลาด เลือกกลุ่มอุตสาหกรรมและเลือกหุ้นที่เหมาะสมกับสภาวะการลงทุน ในระหว่างวันที่ 9-22 ต.ค.นี้ บริษัทจึงเปิดเสนอขายกองทุนเปิดแอสเซท พลัสสตาร์ 7 (ASPSTARS7) ซึ่งเป็นกองทุนรวมผสมเน้นลงทุนหุ้นต่างประเทศทั่วโลกโดยตรง
ทั้งนี้ กองทุนจะทยอยจ่ายคืนผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนระหว่างอายุโครงการ 18 เดือน ด้วยการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ เมื่อมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ปรับตัวขึ้นทุก 0.40 บาท จากมูลค่าหน่วยลงทุน 10 บาท
นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า บริษัทจะจ่ายปันผลกองทุนเปิดเค โกลด์ ครั้งที่ 13 สำหรับผลดำเนินงานวันที่ 1 ก.ค.-30 ก.ย. 2556 ประมาณ 0.20 บาทต่อหน่วย ให้ผู้ลงทุนที่มีรายชื่อ ณ วันที่ 30 ก.ย. 2556 และจ่ายเงินวันที่ 14 ต.ค. 2556
“ราคาทองคำผันผวนสูง แกว่งขึ้นลงในกรอบ 1,150-1,350 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ส่วนหนึ่งเพราะนักลงทุนซื้อทองมากในช่วงเงินสหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่า ทำให้ราคาทองขึ้นต่อเนื่อง” นายนาวิน กล่าว
อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด หากราคาทองปรับขึ้นควรหาจังหวะทยอยขายทำกำไร ลดความเสี่ยง เพราะหากสหรัฐขยายเพดานหนี้ได้ ราคาทองอาจลงอีก ถึงตอนนั้นนักลงทุนอาจเข้าซื้อเพิ่ม เพราะเชื่อว่าความผันผวนจะเป็นเวลาสั้นๆ ระยะยาวทองยังน่าสนใจ







