posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

10 ตุลาคม 2556

ดันมาบตาพุดเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

ดันมาบตาพุดเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

นายชลณัฐ ญาณารณพ นายกสมาคมเพื่อนชุมชน กล่าวว่า แผนการดำเนินงานของสมาคมฯ ในปี 2557 จะให้ความสำคัญกับการผลักดันให้นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง เป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศให้ได้ กำหนดงบไว้ 100 ล้านบาท ในการขับเคลื่อนร่วมกับเครือข่ายสมาชิกที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมในรูปการเป็นตัวกลางประสานงานและสนับสนุน เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ

นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ระยอง บางส่วนนั้น แม้จะไม่มีผลกระทบต่อนิคมฯ มาบตาพุด แต่มีผลกระทบกับพนักงาน เนื่องจากมีอุปสรรคในการเดินทาง ขณะนี้สมาคมฯ ได้เปิดศูนย์เฉพาะกิจเพื่อรับแจ้งความเดือดร้อนของประชาชนชาวระยองที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าว โดยจะเป็นหน่วยงานกลางในการประสานความช่วยเหลือระหว่างชุมชนกับภาครัฐ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวระยอง

สค.ตั้งเป้าติด 1 ใน 5 ผู้ผลิตยางโลก

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ได้วางแนวทางอุตสาหกรรมหลักในรูปของคลัสเตอร์สำคัญ โดยเฉพาะคลัสเตอร์ยางและไม้ยางพาราที่ตั้งเป้าผู้นำอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางผู้ผลิตยางเพื่อยานพาหนะเป็นอันดับ 5 ของโลก เพราะเกี่ยวเนื่องกับการส่งออกสินค้าเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนที่ยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ สถานะไม้ยางจะมุ่งสู่การแปรรูปเป็นไม้บอร์ดเอ็มอีเอฟ พาร์ทิเคิล บอร์ด เฟอร์นิเจอร์และของเล่น ซึ่งจะช่วยเหลือเอสเอ็มอีในรูปแบบของการแปรรูปไม้ยาง เป็นไม้แปรรูป ไม้บอร์ดและเฟอร์นิเจอร์ไม้ ผ่านกลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยางพารา โดยคาดว่าสิ้นปี 2556 สินค้าเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนจะมีมูลค่าส่งออก 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5% ซึ่ง 8 เดือนแรกปีนี้สามารถส่งออกมีมูลค่า 779 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.4% นอกจากนี้ยังได้แนะให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวรับสถานการณ์และหาช่องทางขยายการส่งออกไปยังตลาดที่มีกำลังซื้อแห่งใหม่ เน้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในตลาดระดับกลางและระดับบน เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั้งในตลาดโลกและตลาดส่งออกหลัก

กสทฯ รุกตลาดโซลูชันองค์กร

นายสมยศ ธนพิรุณธร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า กสทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการทำตลาดโซลูชันเพื่อช่วยบริหารจัดการองค์กรผ่านบริการของ กสทฯ ไม่ว่าจะเป็นการรับฝากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) บริการวงจรสื่อสารข้อมูล อินเทอร์เน็ต โซลูชันบนเครือข่าย 3จี เอชเอสพีเอ ระบบแคท ดิจิตอล ทีวี เน็ตเวิร์ก การประมวลผลขนาดใหญ่ (คลาวด์คอมพิวติง) ผ่านการจัดงานแคท เน็ตเวิร์ก โชว์เคส ระหว่างวันที่ 910 ต.ค.

อย่างไรก็ตาม กสทฯ พยายามนำเสนอบริการและนวัตกรรมต่างๆ สำหรับลูกค้าองค์กรทุกกลุ่มทั้งระดับเอ็นเตอร์ไพรซ์และกลุ่มเอสเอ็มอี เพื่อให้สามารถนำระบบไอทีมาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการทำธุรกิจ และช่วยในการพัฒนาศักยภาพของการดำเนินธุรกิจให้มีรายได้ให้กับองค์กรมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างระบบเครือข่ายองค์กรที่มีประสิทธิภาพด้วยต้นทุนที่มีความเหมาะสมกับขนาดขององค์กรด้วย

คมนาคมค้านห้ามรถเก่าวิ่ง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ประเทศไทยยังไม่พร้อมจะแก้ปัญหาจราจรด้วยวิธีการห้ามรถยนต์ที่มีอายุใช้งาน 710 ปี เข้ามาวิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) หากนำเข้ามาวิ่งจะต้องเสียภาษีเทียบเท่ารถยนต์ใหม่ เนื่องจากปัจจุบันระบบขนส่งมวลชนสาธารณะของไทยยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะเป็นทางเลือกในการเดินทางให้กับคนในประเทศ หากบังคับห้ามรถเก่ามาวิ่งบนท้องถนนอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนมากขึ้น โดยในส่วนรถเมล์คาดว่าต้องใช้เวลา 23 ปี ในการปรับปรุงคุณภาพการใช้บริการ

เบื้องต้นพบว่า มีรถยนต์ส่วนบุคคล (เก๋ง) อายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปทั่วประเทศประมาณ 1.9 ล้านคัน อยู่ใน กทม. ประมาณ 8.7 แสนคัน และภูมิภาค 1.51.6 ล้านคัน

เล็งติดกล้องในรถ บขส.

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง (บ.ข.ส.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาการติดตั้งกล้องบนรถโดยสารของ บ.ข.ส. จำนวน 800 คัน ตามนโยบายของ นายพ้อง ชีวานันท์ รมช.คมนาคม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร และจับตาดูพฤติกรรมคนขับว่าสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือไม่ พร้อมติดตั้งกล่องดำบันทึกข้อมูลในลักษณะเดียวกันกับเครื่องบิน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน จึงจะทราบผลการศึกษาที่ชัดเจนว่าจะต้องดำเนินการในลักษณะไหนและใช้งบประมาณเท่าไหร่

นายวุฒิชาติ ยอมรับว่าในต่างประเทศมีการติดตั้งกล้องและกล่องดำบันทึกข้อมูลบนรถโดยสารสาธารณะแล้วเพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดย บ.ข.ส.จะนำรูปแบบการให้บริการของแต่ละประเทศมาพิจารณาประกอบการศึกษาว่าจะใช้รูปแบบไหนในการดำเนินการด้วย

นอกจากนี้ บ.ข.ส.จะเริ่มโครงการรณรงค์ให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการรถ บ.ข.ส. (รถด่วน 99) ให้คาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทางทุกที่นั่ง ตามนโยบายของ นายพ้อง รมช.คมนาคม ที่ต้องการเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน เบื้องต้นจะมีการรณรงค์ผ่านทางสติกเกอร์ที่ติดอยู่บริเวณด้านหลัง รวมถึงการฉายวิดีโอบนรถโดยสาร บ.ข.ส.ทุกคันด้วย

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในหลายโครงการที่ บ.ข.ส.จะดำเนินงานเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารและลดความรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น โดยจะดำเนินการกับรถ บ.ข.ส. ที่มีอยู่ประมาณ 854 คันก่อน ส่วนรถร่วมบริการ บ.ข.ส.ยังไม่ได้บังคับให้เข้าร่วมโครงการ ขอพิจารณาผลตอบรับจากประชาชนที่ใช้บริการก่อน หลังจากนั้นจึงจะพิจารณาใช้กับรถร่วมบริการ บ.ข.ส.ต่อไป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ